วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

รวมทุกอย่างของ Edward Snowden

ประวัติการเรียน  
]
เมื่ออายุได้ 16 ปี สโนว์เดนย้ายไปอยู่ที่เมืองเอลลิคอตต์ มลรัฐแมริแลนด์พร้อมกับครอบครัว และเข้าเรียนสาขาคอมพิวเตอร์ ที่วิทยาลัยแอนน์ อรันเดล คอมมิวนิตี คอลเลจ และตั้งใจเรียนต่ออนุปริญญา แต่ไม่สำเร็จ
ประวัติการทำงาน
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2547 เมื่ออายุได้ 21 ปี เขาเข้ารับใช้กองทัพสหรัฐฯ ด้วยความหวังว่าจะได้เป็นหน่วยรบพิเศษ ที่ไปรบในอิรัก เพื่อช่วยปลดปล่อยประชาชนจากการถูกกดขี่ แต่ระหว่างการฝึกได้เพียง 4 เดือน เขาได้รับอุบัติเหตุขาหักทั้งสองข้าง จึงถูกปลดจากกองทัพ 
ชีวิตพลิกผันไปเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย สังกัดสภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NSA ประจำมหาวิทยาลัยแมริแลนด์ ก่อนเข้าร่วมงานกับซีไอเอ ในตำแหน่งรักษาความปลอดภัยด้านไอที จากนั้น อีก 3 ปีต่อมา เขาถูกย้ายไปประจำที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในตำแหน่งเดิม ก่อนลาออกในปี 2552 เพื่อไปทำงานกับบริษัทเดลล์ และบูซ อัลเลน แฮมิลตัน
 บริษัทเหล่านี้เป็นบริษัทนอก ที่รัฐบาลสหรัฐฯว่าจ้างให้ไปทำงานด้านไอที  ให้กับหน่วยซีไอเอ ภายใต้การบังคับบัญชาของ NSA เขาทำงานให้กับเดลล์หลายปี ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่บูธ อัลเลน แฮมิลตัน ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่มลรัฐฮาวาย เขามีบ้านอยู่ที่นั่น และใช้ชีวิตอยู่กับ ลินด์เซย์ มิลส์ แฟนสาวของเขา ซึ่งเป็นนักเต้นรูดเสา ที่คบหากันมา 4-5 ปี
          ประวัติการแฉ
1. แฉการดักฟังโทรศัพท์รัฐมนตรีสหรัฐ

 แฉเยอรมันดักฟังเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐ! สื่อเยอรมันชื่อดัง “แดร์ สปีเกิล” เผยว่า หน่วยงานด้านข่าวกรองของประเทศที่ใช้ชื่อย่อว่า “บีเอ็นดี” เคยดักฟังโทรศัพท์ดาวเทียมของนายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐเมื่อปี 2556 นอกจากนี้ ยังเคยดักฟังบทสนทนาระหว่างนางฮิลลารรี คลินตัน อดีตรมว.ต่างประเทศสหรัฐกับนายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น)ในปี 2555 เช่นกัน...อย่างไรก็ตาม แดร์ สปีเกิลไม่ได้เปิดเผยชื่อของบุคคลที่ให้ข้อมูลดังกล่าว เพียงแต่เผยว่า บทสนทนาในโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงข้างต้นนั้นถูกบันทึกไว้อย่างไม่ตั้งใจ เนื่องจากบุคคลทั้ง 3 ไม่ได้เป็นเป้าหมายในการดักฟังโดยตรง นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังระบุว่า ในปี 2552 บีเอ็นดีพุ่งเป้าดักฟังไปที่เจ้าหน้าที่ขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่มาจากตุรกี ทั้งนี้ บีเอ็นดีและสถานทูตสหรัฐประจำกรุงเบอร์ลินยังไม่ออกมาอธิบายเรื่องดังกล่าว
       2.เปิดโปงแผนสร้างคอมเอ็นเอสเอ
เมื่อ 2 ม.ค. หนังสือพิมพ์ “วอชิงตันโพสต์” ของสหรัฐฯ อ้างข้อมูลจาก นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงสหรัฐฯ (เอ็นเอสเอ) เปิดโปงแผนสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมของเอ็นเอสเอ ซึ่งสามารถทำลายระบบป้องกันข้อมูลคอมพิวเตอร์แทบทุกประเภทในโลก รวมถึงข้อมูลที่เข้ารหัสเอาไว้  ทั้งข้อมูลธนาคาร  สาธารณสุข ธุรกิจ อีเมล์ และข้อมูลรัฐบาลต่างๆ แต่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าการสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมยังไม่บรรลุผล เพราะเป็นไปไม่ได้ที่เอ็นเอสเอจะสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมโดยหลุดรอดจากสายตานักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก  ขณะที่ทางเอ็นเอสเองดแสดงความเห็น ส่วนหนังสือพิมพ์ “นิวยอร์กไทม์” และ “เดอะ การ์เดียน” สื่อดังของสหรัฐฯ และอังกฤษ เรียกร้องรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่อนผันโทษนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน เมื่อ 3 ม.ค. โดยระบุว่าความกล้าหาญในการเปิดโปงโครงการสอดแนมของเอ็นเอสเอและการต่อสู้เพื่อสิทธิส่วนบุคคลของนายสโนว์เดน ควรได้รับการชื่นชมมากกว่าถูกลงโทษ.
3.สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ว่า จากรายงานของหนังสือพิมพ์ 'เอ็นอาร์ซี' ของประเทศเนเธอร์แลนด์ สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) ของสหรัฐฯได้แพร่ไวรัสคอมพิวเตอร์ชนิด มัลแวร์ เข้าไปในเครือข่ายคอมพิวเตอร์กว่า 50,000 เครือข่ายทั่วโลก เพื่อใช้ในการจารกรรมข้อมูลละเอียดอ่อนเอ็นอาร์ซี รายงานโดยอ้างเอกสารลับและแผ่นสไลด์นำเสนอของเอ็นเอสเอ ซุ่งรั่วไหลออกมาด้วยฝีมือของ เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตลูกจ้างของเอ็นเอสเอง โดยสไลด์ดังกล่าวเป็นสไลด์นำเสนอในปี 2012 อธิบายวิธีการรวบรวมข้อมุลข่าวกรองจากทั่วโลกของเอ็นเอสเอ และพบด้วยว่า เอ็นเอสเอ ได้แพร่กระจายมัลแวร์เข้าสู่เครือข่ายคอมพิวเตอร์กว่า 50,000 เครือข่าย


ปฏิบัติการสอดแนมนี้ของเอ็นเอสเอ กระทำโดยหน่วยงานพิเศษที่ชื่อว่า ทีเอโอ (Tailored Access Operations) ซึ่งข้อมูลจากแหล่งข่าวสาธารณะแสดงให้เห็นว่า หน่วยงานนี้จ้างแฮกเกอร์ไว้มากกว่า 1,000 คน และเมื่อเดือนส.ค. 2013 สำนักข่าว วอชิงตัน โพสต์ ก็เคยรายงานปฏิบัติการทางไซเบอร์เหล่านี้ของทีเอโอเช่นกัน โดยระบุว่า เอ็นเอสเอ กระจายมัลแวล์เข้าสู่เครือข่ายคอมพิวเตอร์กว่า 20,000 เครือข่ายตั้งแต่ต้นปี 2008
เอ็นอาร์ซี ยังรายงานด้วยว่า ตัวเลขเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ติดวัลแวร์ของเอ็นเอสเอ เพิ่มขึ้นเป็น 50,000 เครือข่ายในช่วงกลางปี 2012 และแพร่กระจายไปหลายเมืองรวมถึง โรม, เบอร์ลิน, ปริสตินา, คินชาซา และย่างกุ้ง โดยมัลแวร์ตัวนี้ปกติจะอยู่ใน 'สลีป โหมด' และสามารถเปิดใช้งานได้ด้วยการกดปุ่มสั่งการเพียงปุ่มเดียว กด้านเอ็นเอสเอ ปฏิเสธไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
ทั้งนี้ นายเกรแฮม คลูลีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ ระบุในเว็บบล็อกของตัวเองว่า "เป็นที่ชัดเจนว่า แก็งอาชญากรรมไม่ใช่พวกเดียวที่สนใจในการเจาะเข้าไปในเครือข่ายคอมพิวเตอร์อีกต่อไปแล้ว ทุกองค์กรจำเป็นต้องถามตัวเองแล้วว่า พวกเขากำลังตกอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่"
4.แฉแผนเด็ด
แหล่งข่าวเผยหน่วยข่าวกรองรัสเซีย ส่ง แอนนา แชปแมน สายลับ‘เซ็กซ์​ บอมบ์’เข้าหา เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน ‘จอมแฉ’ ชาวอเมริกัน หวังใช้ความสวยเซ็กซี่เย้ายวนเพื่อล้วงความลับของสหรัฐฯมากขึ้น 
สื่อต่างแดน รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวอดีตสายลับเคจีบีในรัสเซีย ว่า ขณะนี้ หน่วยสืบราชการลับของรัสเซีย FSB  หรือชื่อเดิม เคจีบี ที่โด่งดัง กำลังมีแผนให้ แอนนา แชปแมน สายลับสาวคนดังของเคจีบี ใช้ความสวยเซ็กซี่ของเธอ เย้ายวนนาย เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน หนุ่มอเมริกัน เพื่อหวังล้วงความลับ‘ลึกๆ’ของสหรัฐฯมากขึ้น หลังจาก สโนว์เดนเคยสร้างความเกรียวกราวกระหึ่มโลก เป็นผู้ออกมาเปิดโปงโครงการสอดแนมลับของสหรัฐฯ จนต้องหลบหนีออกนอกประเทศและขณะนี้ ได้ขอลี้ภัยอยู่ในรัสเซียต่อไปอีก 3 ปี 
นายบอริส คาร์พิชคอฟ อดีตสายลับเคจีบี เปิดเผยว่า แอนนา แชปแมน สายลับสาวเคจีบี   ได้รับคำสั่งจากนายวลาดิเมียร์ สโคริก หัวหน้าหน่วยสายลับเคจีบีของเธอให้ ‘หว่านเสน่ห์’ มัดใจสโนว์เดน รวมถึงขั้น วางแผนให้ทั้งคู่แต่งงานกันเลยทีเดียว เพื่อที่จะทำให้สโนว์เดน หนุ่มอเมริกันวัย 31 ปี สามารถพำนักอยู่ในรัสเซียได้โดยไม่ต้องคอยขอต่ออนุญาต





แอนนา แชปแมน โพสต์ภาพเซ็กซี่ของเธอลงในเฟซบุ๊ก

‘ถ้าสโนว์เดนยอมรับแต่งงาน จะทำให้เขาได้รับสิทธิเป็นพลเมืองรัสเซีย’ อดีตสายลับเคจีบี เปิดเผย พร้อมบอกว่า รัสเซียต้องการ‘ล็อก’สโนว์เดนให้อยู่ในรัสเซีย โดยระบุว่า สโนว์เดน และแชปแมนเคยพบกันครั้งหนึ่งแล้ว แต่สโนว์เดนมีความกังวลเกี่ยวกับผลที่จะเกิดตามมาหลังจากเขารู้จักกับแชปแมน






ทั้งนี้ แอนนา แชปแมน สายลับสาวเคจีบีสุดเซ็กซี่ ชาวรัสเซีย วัย 32 ปี เคยตกเป็นข่าวเกรียวกราว ถูกทางการสหรัฐฯ จับกุมในข้อหาเป็นสายลับ พร้อมกับคนอื่นๆ รวม 10 คน และได้เนรเทศเธอกลับรัสเซียตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนสายลับของสหรัฐฯ เมื่อปี 2553.

ประวัติของ Bill Gate และผลงาน



ประวัติ บิลล์ เกตส์ [ ผู้ก่อตั้ง บริษัทไมโครซอฟท์ ] 
วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม (เกิด 28 ตุลาคม ค.ศ. 1955) หรือที่มักเป็นที่รู้จักในชื่อ บิลล์ เกตส์  C& s" R4 @6 O/ E
เป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน และหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ เขากับผู้บุกเบิกด้านคอมพิวเตอร์' y  R* g8 O2 u# X3 I
ส่วนบุคคลคนอื่น ๆ ได้ร่วมกันเขียนต้นแบบของภาษาอัลแตร์เบสิก ซึ่งเป็นอินเตอร์เพรเตอร์สำหรับ
เครื่องอัลแตร์ 8800 (เค่รื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในยุคแรกๆ) เขาได้ร่วมกับ นายพอล อัลเลน( X, _6 [5 d4 {- O& @# i
ก่อตั้งไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชันขึ้น ซึ่งในขณะนี้เขาดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหาร 
และหัวหน้าสถาปนิกซอฟต์แวร์ นิตยสารฟอบส์ได้จัดอันดับให้ บิลล์ เกตส์ เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุด4 t# b) t! `9 c- x6 \
ในโลกหลายปีติดต่อกัน6 a1 M3 Y( `  O1 U+ F3 S

วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สามได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการอัศวินแห่งจักรวรรดิบริเตน (KBE) 2 j- A5 Y2 L3 ]3 C+ C
จากสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2' W* \! H) Q; O$ o$ v
2 q! E8 I0 }& B# A; j. M) A& n
% T4 a0 D; c) T6 F4 H  i2 B

ประวัติ- B" d% t1 Z0 v! W' `
9 ]- e% D0 s0 B
บิลล์ เกตส์ เกิดที่เมืองซีแอทเทิล มลรัฐวอชิงตัน เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1955 บิดาชื่อนายวิลเลียม เอ็ช เกตส์ จูเนียร์ 
มีอาชีพนักกฎหมายของบริษัท มารดาชื่อแมรี แมกซ์เวล เกตส์ เป็นสมาชิกคณะกรรมการของ Berkshire Hathaway, . F% _. D" V5 k2 t
First Interstate Bank, Pacific Northwest Bell และคณะกรรมการแห่งชาติของ United Way ชื่อเต็มของเขาคือ2 v- _* @" b; ]
วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ที่สาม ปู่ของเขาคือ วิลเลียม เฮนรี เกตส์ ซีเนียร์
( ~# y  Z& ?4 T2 Z: S/ M2 V
บิลล์ เกตส์เข้าศึกษาที่โรงเรียนเลคไซด์ อันเป็นโรงเรียนมัธยมที่ดีที่สุดในเมืองซีแอทเทิล ที่นั่นเองที่เขาได้พัฒนาทักษะ
ในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์กับเครื่องมินิคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน เพื่อให้ได้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ
ดีกว่าเดิม บิลล์ เกตส์ กับ พอล อัลเลน เพื่อนสนิท ได้แอบย่องเข้าไปในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน/ K$ |! P  @% ^. j8 d; I
ทั้งคู่ถูกจับได้แต่ก็ได้เจรจาตกลงกับเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการ เพื่อช่วยจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้กับนักเรียนได้ใช้ฟรี ต่อมา  x$ X/ l5 K) A, E
บิลล์ เกตส์ได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่ต้องพักการเรียนไปโดยไม่จบการศึกษา เพื่อที่จะได้เริ่มประกอบอาชีพ$ y/ H! L4 m/ }1 \
ทางด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ ในระหว่างที่กำลังศึกษาอยู่ที่ฮาร์วาร์ด เขามีโอกาสได้ทำความรู้จักกับสตีฟ บาลเมอร์ หนึ่ง. B9 b) x$ o) ]; I5 Z
ในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ ทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมห้องในหอพักระหว่างที่เป็นนักศึกษาปี 1

ขณะที่ยังเป็นนักศึกษาอยู่ที่ฮาร์วาร์ด เขาได้ร่วมกับ พอล อัลเลน เขียนต้นแบบ ภาษาอัลแตร์เบสิก ซึ่งเป็น
โปรแกรมอินเตอร์เพรเตอร์สำหรับเครื่องอัลแตร์ 8800 (เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นแรกที่ประสบ9 o6 a8 D6 ~" j1 E
ความสำเร็จทางการค้าในกลางคริสตทศวรรษที่ 70) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาษาเบสิก ซึ่งเป็น
ภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เรียนรู้ได้ง่าย ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกโดยดาร์ทเมาท์คอลเลจ เพื่อใช้ในการเรียนการสอน) U4 _+ B4 I' E

เกตส์สมรสกับ เมลินดา เฟร้นช์ เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1994 ทั้งคู่มีบุตรด้วยกันสามคน เจนนิเฟอร์ แคทารีน เกตส์ 
(เกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 1996) โรรี จอห์น เกตส์ (เกิดเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1999) และ ฟีบี อาเดล เกตส์ " B# n, u8 ]$ F3 s
(เกิดเมื่อวันที่ 14 กันยายน ค.ศ. 2002), ~2 O' w8 y# u3 {2 R( e

ในปี ค.ศ. 1994 บิลล์ เกตส์ได้ม้วนกระดาษไลเชสเตอร์ ซึ่งรวบรวมงานเขียนของเลโอนาร์โด ดา วินชีมาไว้ในครอบครอง
และในปี ค.ศ. 2003 ได้นำม้วนกระดาษนี้ออกแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งเมืองซีแอทเทิล

ในปี ค.ศ. 1997 เกตส์ได้ตกเป็นเหยื่อของแผนการขู่กรรโชกทรัพย์อันแปลกประหลาด ของนายอดัม ควินน์ เพลตเชอร์ 
ชาวเมืองชิคาโก ซึ่งเกตส์ก็ได้ขึ้นให้การต่อศาลในการพิจารณาคดีดังกล่าว เพลตเชอร์ถูกตัดสินลงโทษเมื่อเดือนกรกฎาคม' C6 J! {7 z6 g7 B- d
ค.ศ. 1998 และถูกจำคุกเป็นเวลา 6 ปี ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1998 เกตส์ถูกนายโนเอล โกดังจู่โจมด้วยการ  I6 Q' F7 B& d' f5 ?4 U% {
ปาขนมพายหน้าครีมใส่ ระหว่างการไปปรากฏตัวที่ประเทศเบลเยียม
- T% Z. b. c5 I  o7 ^9 W9 t4 i& J
เกียรติประวัติ) s& D+ o# q3 c4 _

- ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก มหาวิทยาลัยวาเซดะ ค.ศ. 2005 
- รางวัลเกียรติยศผู้บัญชาการอัศวินแห่งจักรวรรดิบริเตน จากสหราชอาณาจักร ตามประกาศเมื่อปี ค.ศ. 2005 [1] 
- ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสถาบันเทคโนโลยีหลวง (Roytal Institute of Technology) - กรุงสต็อกโฮล์ม 
ประเทศสวีเดน ค.ศ. 2002 9 C1 k% m, B) |  s7 t
- ติดหนึ่งใน 100 อันดับบุคคลสำคัญผู้มีอิทธิพลต่อประชาชนในสื่อต่าง ๆ จากการจัดอันดับของ หนังสือพิมพ์ เดอะ การ์เดียน ค.ศ. 2001 
- ติดอันดับบุคคลผู้มีอำนาจ, นิตยสารซันเดย์ ไทม ค.ศ. 1999 5 x; K: Q6 \  I- I% r4 F
- อันดับ 2 ในการจัดอันดับ 100 ดาวรุ่ง, นิตยสารอัพไซด์ ค.ศ. 1999 9 F6 W6 }" d; }6 H$ Y3 P
- อันดับ 1 ในการจัดอันดับ 50 ดาวรุ่งในโลกไซเบอร์, นิตยสารไทม ค.ศ. 1998 2 W2 h! l# L9 ^; `( M! N
- อันดับที่ 28 ใน 100 อันดับบุคคลสำคัญผู้มีอิทธิพลในวงการกีฬา, นิตยสารสปอร์ตติง นิวส์ ค.ศ. 1997 + F/ C7 |' O2 P- \3 X9 S( w% h# j) K
- ผู้บริหารระดับสูงแห่งปี, นิตยสารชีฟ เอกเซกคูทีฟ ออฟฟิซเซอร์ ค.ศ. 1994 
- นักกีฏวิทยา ได้ตั้งชื่อแมลงวันตอมดอกไม้พันธุ์หนึ่งว่า Eristalis gatesi ตามชื่อของบิลล์ เกตส์ เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา% E' y$ _8 G7 r" a( D7 t' N

+ |% h: m' n! }: G
5 a# S& {; X/ {% R! y: y9 t7 J- X

ประมาณการทรัพย์สินของเกตส์2 k$ M- k# O4 {

บิลล์ เกตส์ ติดอันดับหนึ่ง จากการจัดอันดับ "ฟอร์บ 400" ระหว่างปี ค.ศ. 1993-2005 และติดอันดับหนึ่งในการจัดอันดับ
มหาเศรษฐีโลกของนิตยสารฟอร์บ ในปี ค.ศ. 1996 และระหว่างปี ค.ศ. 1998-2005 ซึ่งจากการจัดอันดับดังกล่าว สรุปได้ว่า' N  k9 P* }8 q, W# o: S* c7 |
ทรัพย์สินสุทธิของเขามีมูลค่าดังต่อไปนี้:

- ค.ศ. 1996 - 18.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 1 ของโลก 1 {* P4 K3 I  C4 R- j6 w/ ]
- ค.ศ. 1997 - 36.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 2 ของโลก 
- ค.ศ. 1998 - 51.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 1 ของโลก 
- ค.ศ. 1999 - 90.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 1 ของโลก 
- ค.ศ. 2000 - 60.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 1 ของโลก ) g7 u0 ^9 H8 V4 D3 w" W
- ค.ศ. 2001 - 58.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 1 ของโลก 3 v7 z# a; M) @! p3 ]
- ค.ศ. 2002 - 52.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 1 ของโลก 3 g; X! k9 W- }  o# Z  s
- ค.ศ. 2003 - 40.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 1 ของโลก 8 t- {  h0 L0 \' D1 g$ a
- ค.ศ. 2004 - 46.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 1 ของโลก 
- ค.ศ. 2005 - 46.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 1 ของโลก 
- ค.ศ. 2006 - 46.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อันดับ 1 ของโลก 
5 [0 _7 Q3 A& a! \. t! V
การที่ทรัพย์สินสุทธิของเกตส์ มีมูลค่าลดลงตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา 
มีสาเหตุมาจากการที่หุ้นของไมโครซอฟท์มีราคาลดลง รวมถึงการที่เขาได้บริจาค  V5 D3 p2 j% ^8 q
เงินหลายพันล้านดอลลาร์ให้องค์กรการกุศลของเขา และแม้เขาจะมีรายได้ลดลง 7 C/ H" p" W/ E, p
ตามรายงานของนิตยสารฟอร์บในปีค.ศ. 2004 เกตส์ยังได้บริจาคเงินรวมกว่า 28,000 
ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับองค์กรการกุศลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
& l2 r7 Z  ^) E* t: G
เขาได้กลายเป็นบุคคลที่มั่งคั่งที่สุดในโลกไปเสียแล้ว แม้จะนับเอาประมุขของรัฐ 
(ผู้ซึ่งทรัพย์สินมาจากสถานะทางสังคม) ไว้ในการจัดอันดับด้วยก็ตาม 
(แม้ว่าการจัดอันดับตามมาตรฐานของนิตยสารฟอร์บนั้น จะไม่รวมเอาประมุขของ
รัฐเอาไว้ด้วย ฟอร์บได้จัดทำบัญชีประมาณการทรัพย์สินของประมุขแต่ละประเทศไว้ต่างหาก 
เมื่อนำรายชื่อจากการจัดอันดับทั้งสองแบบมารวมกันแล้ว พบว่าเกตส์เป็นบุคคลที่มั่งคั่งที่สุดในโลก)
9 k. L" M9 G1 X- G
; P4 v1 m. j; f3 b9 q1 i( C  j: }7 j- w
ข้อมูลอ้างอิง : http://th.wikipedia.org/
; F/ K! F( Q) b5 T( ]5 H
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++( Y/ Y) e6 b$ A" Z

" Bill Gate เรียนไม่จบ จริง แต่คนจบปริญญาเป็นหมื่นเป็นลูกจ้างเขา เริ่มเขียนโปรแกรมตอนอายุ 13 
และเมื่อเขียน MS Windows ได้ขณะข้ามพรมแดนจาก canada จนท ศุลกากรถามว่า มีทรัพย์สินเท่าไร 8 \& n! B! h( }7 I6 L  J6 G, V
Gate ที่ถือแผ่นดิส 5 นิ้ว 720 kb มาเป็นปึกก็บอกว่า นี่มีค่า 50 ล้านเหรียญ จนท คิดว่าคุยกะคนเพี้ยนเลย0 ^8 g' I6 v: A* j
ปล่อยไปโดยไม่คิดตังค์แม้แต่แดงเดียว เมื่อร่วมงานกะ paul allen จนตั้ง microsoft ~เซ็นเซอร์~ส่วนหุ้นคือ
60 / 40 = gates / allen แต่ allen ไม่ชอบนั่งบริหาร ชอบคอมพ์มากเลยขายหุ้นที่ตนทีอยู่ทั้งหมด
และให้เกตบริหารแทน (ผมอ่าน The Road Ahead กะ Business @ speed of thought by Bill Gates )ไปแล้ว 5 y0 w4 H4 ~" }; [2 Y5 h
สักวันจะมีคนไทยคนนึงเป็นแบบเขาให้ได้ "
4 |5 t3 @' t( b
ที่มา : 8 E" p  _4 S$ m" ]: p, b
บิล เกตส์ (Bill Gates), เจ้าของไมโครซอฟท์ 
http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/
+ X" G, F3 e0 y( W




รูปภาพบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ของ Bill gates (แถม)

เขียนเรื่องบ้านที่แพงที่สุดในโลกไป แต่มีเรื่องค้างคาใจผู้อ่าน เพราะรายชื่อบ้านที่แพงที่สุดในโลกนั้น ไม่มีชื่อของ Bill Gates คนรวยที่สุดในโลก เป็นเจ้าของ ตอนนี้เลยต้องพามาชม บ้านของอภิมหาอัครโคตะระเศรษฐี ดูบ้าง เพื่อให้หายข้องใจ เพราะว่าใคร ก็คงอยากจะรู้ว่าคนที่รวยที่สุดในโลก เขาอยู่อย่างไร:






คนที่เห็นภาพบ้านหลังนี้แล้ว อาจจะแปลกใจ หรือผิดความคาดหมาย ที่บ้านของ Bill Gates ไม่ได้หรูหรา ฟู่ฟ่า อย่างที่คิด ถึงแม้ขนาดมันจะใหญ่โต ไม่แพ้บ้านหลังอื่นๆเลยก็ตาม 





บ้านหลังนี้มีขนาดพื้นที่ประมาณ 6,600 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในย่าน Medina ริมทะเลสาบวอชิงตัน ที่ดูเหมือนบ้านไม่ใหญ่โตนัก เพราะแยกสร้างเป็นอาคารเล็กๆ หลายๆหลังต่อเชื่อมกัน ห้อมล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยจำนวนมาก (แต่ถ้าดูภาพขณะก่อสร้าง ก็จะเห็นความใหญ่โตของมัน ซ่อนอยู่ข้างใต้อีกที) มูลค่าของตัวบ้าน(ราคาเมื่อ 6 ปีที่แล้ว) ประมาณ 113 ล้านดอลล์ หรือ 3,700 ล้านบาท เฉลี่ยตารางเมตรละ 5 แสนกว่าบาททีเดียว ซึ่งถ้าดูจากตัวเลขแล้ว บ้านของ Bill Gates ก็น่าจะติดอันดับความแพงกับเขาเช่นกัน - {" b# X, }* h) ?  D+ O) y





ผิดกับบ้านของนายมูเกซ คนรวยอันดับ 4 ที่สร้างบ้านใหญ่อันดับ 1 แต่โดนวิจารณ์ไปในทางลบด้วยรูปแบบที่ไม่เหมาะสม บ้านของ Bill Gates กลับออกแบบด้วยหลัก ecology house โดยให้ความสำคัญกับเรื่องสภาพแวดล้อม และการใช้วัสดุธรรมชาติ เป็นวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่ เพราะ Gates ต้องการใช้บ้านหลังนี้เป็นเหมือนบ้านพักตากอากาศ จึงได้ออกแบบบ้านในแนว .Pacific lodge ที่มีรูปแบบทาง modern contemporary โดยมี โดย James Cutler เป็นสถาปนิก และใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 7 ปีด้วยความสลับซับซัอนของงานระบบ และความพิถีพิถันของงานตกแต่งภายใน 
! U( }. n, Z3 X: e3 X9 b





2 M; x) n7 u; [+ i; A5 @5 v. P# K
; J8 N$ h! U6 b2 a2 L7 n. G) q& @
อย่างไรก็ดี ผมว่าบ้านหลังนี้ก็ไม่เข้าหลักรักษาธรรมชาติเท่าใดนัก เพราะใช้มันมากเกินไป อย่างเช่นใช้เสาไม้ต้นสูงกว่า 70 ฟุต ไม้หลายชนิดสั่งพิเศษมาจากทั่วโลก แต่ก็ยังดีที่เขายังอนุรักษ์ต้นเมเปิลเก่าในที่ดิน อายุกว่า 40 ปีไว้อย่างดี ด้วยระบบตรวจสอบอิเลคโทรนิค ตลอด 24 ชั่วโมง ควบคุมระบบการรดน้ำด้วยคอมพิวเตอร์ 

* u# p$ c: g7 Y6 v6 A& L; O- \
การสร้างบ้านหลังนี้ จึงเป็นการสร้างบ้านกึ่งธรรมชาติ คือแนวทางน่าจะเป็นเรื่องธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม แต่ในทางปฏิบัติ หรือรายละเอียดกลับเป็นการสร้างอย่างคนรวย บ้านจึงเป็นแค่ ecology แต่ไม่ sustainable ด้วยเครื่องมือสุดยอดไฮเทคทั้งหลาย แกนำมาใช้หมด แต่ผมก็ถือว่า Bill Gates เป็นคนที่มีสำนึกทางสิ่งแวดล้อมดีคนหนึ่ง และยังใจบุญอีกด้วย มีเงินบริจาคให้การกุศลปีหนึ่งๆโขอยู่ 
" f  z7 U& H* M7 |
; b5 g, B0 P% k4 V







เมื่อดูจากวัสดุก่อสร้างต่างๆ เราจะเห็นว่าทำไมมันถึงแพงได้ปานนั้น 
* โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เขาออกแบบให้แข็งแรงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ ถึง 4 เท่า เหล็กเสริมจึงมากกว่าบ้านธรรมดา 2-3 เท่า + Q' E0 A0 g2 D
* โครงหลังคาเป็น stainless steel ทั้งหมดรวมทั้งตะปูและน๊อต ( |: F- J- A6 P8 M5 x$ x
* ระบบรักษาความปลอดภัย ได้ซ่อนกล้องวงจรปิดไว้ทั่วบ้าน แม้กระทั่งในผนังหิน และพื้นก็ติดตั้งตัว Sensors ไว้ถี่ยิบ สามารถจับความเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตได้หมด และระบุได้ถึงขนาดว่าใครเป็นใครด้วยน้ำหนักที่เหยียบลงบนพื้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่สายไฟของระบบต่างๆทั่วทั้งบ้าน จะมีความยาวรวมกว่า 52 ไมล์ 
* พื้นทั้งหมด ติดตั้งระบบทำความร้อนไว้ทั่ว
* ระบบเสียง เขาซ่อนลำโพงไว้ในผนังทั่วทั้งบ้าน ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหน ก็จะฟังเพลงได้ต่อเนื่อง แม้กระทั่งกำลังแหวกง่ายอยู่ก้นสระว่ายน้ำ " x7 f, ?: I: w9 W
* บันใดใหญ่ ขนาด ยาว 27 เมตร กว้าง18 เมตร 84 ขั้น 
* หาดทรายก็ไม่ใช่ของจริงครับ สั่งนำเข้าจากหาดทรายที่มีชื่อเสียงของโลก ที่อื่นๆ
4 g# a! d: c* T! Y- n




ตัวบ้านยังประกอบด้วยห้องต่างๆ ที่ทำเป็นพิเศษเช่น) Z" B3 |1 o3 [0 Z$ F  @
* ห้องดูหนัง สำหรับคน 20 คน: ?- K9 Y. d0 N$ d1 O/ X6 x  b$ N
* ห้องสมุดขนาด 200 ตารางเมตร4 j  ?, C1 m) c8 ?
* โถงรับรองแขก ขนาดความจุ 150 คน. M9 `+ z0 o. j" K& i' c1 c; V
* ห้องอาหารอย่างเป็นทางการ
* ห้องประชุม และสำนักงาน8 J1 h% w$ o# ^1 O2 _# _2 b
* ห้องออกกำลังกาย
* โรงรถ หลายโรง รวมกันแล้วจอดรถได้กว่า 30 คัน 
* สระว่ายน้ำขนาด 5.1 × 18.2 เมตร
* และสนามกีฬาภายนอก ส่วนตัว7 R, H6 m8 U* ]0 |& o# B- H5 l" r
" ~( R6 C; V& ^" b






การตกแต่งภายใน รู้สึกว่า Bill Gates ค่อนข้างเป็นคนเรียบร้อยพิถีพิถันมาก เช่น ไม้ที่ใช้ทั้งหมดคัดอย่างดี ทุกแผ่นไม่มีตาหรือตำหนิ บานประตูบางบานหนักถึง 800 ปอนด์ ออกแบบซ่อนกลืนไปกับผนัง ระบบไฮเทคทั้งหลาย โดยเฉพาะพวกสวิทซ์และปลั๊กต่างๆ ก็ซ่อนไว้อย่างมิดชิด เพราะใช้ระบบอัตโนมัติทุกอย่าง ไฟก็ไม่ต้องเปิดเอง แค่เดินเข้ามาในห้อง แสงสว่างก็จะติดขึ้นเอง บ้านจึงดูเรียบง่าย ไม่รกรุงรังไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทคทั้งหลาย แต่ก็น่าแปลกใจที่ เขากลับชอบงานสไตล์ deconstruction ที่มีรูปแบบคล้ายงานไม่เสร็จ หรือพังเสียหาย เช่นภาพในห้องนั่งเล่น ผมจึงรู้สึกว่า Gates น่าจะเป็นคนที่มีความขัดแย้งในตัวเองพอสมควร ) Q. [9 h& ~( o' b- w
* F0 C" I; \( B6 D. S$ x
อย่างไรก็ตาม ก่อนจบต้องขอย้ำอีกครั้งว่า “ให้ดูเพื่อประดับความรู้ ไม่ได้ดูเพื่อกระตุ้นกิเลส” ครับ

วิธีการกู้ข้อมูลด้วยโปรแกรม พร้อมดาวน์โหลด

CardRecovery
ของกริ่นก่อนจะเริ่มเขียนบทความ บังเอิญอาทิตที่ผ่านมา admin ได้มีโอกาศไปเที่ยว ดอยอินทนนท์ ก็ถ่ายรูปกันตามปกติแต่เพื่อนยืมกล้องไปกดดูรูปทีถ่ายมาแต่ดันใช้ไม่เป็นดันไปกดลบทั้งหมด เลยทำให้เกิดที่มาของบทความผมของแนะนำว่าถ้ากดลบไปหมดแล้วหากต้องการจะกู้คือข้อมูลควรหยุดถ่ายภาพต่อ หรือเปลี่ยน Memory, SD Card อันใหม่ใส่ไปเดี่ยวหากถ่ายต่อไปแล้วข้อมูลจะทับอาจกู้ได้ไม่สมบรูณ์ คราวนี้มาดูโปรแกรมที่ผมจะแนะนำให้ใช้กันดีกว่าครับผมใช้โปรแกรมที่กู้รูปภาพ ด้วยโปรแกรม CardRecovery 
วิธีกู้ไฟล์รูป
หลังจากทำการติดตั้งโปรแกรม ให้เราทำการเสียบ SD Card , หรือ Memory Card เข้าไปที่เครื่องคอมพิวเตอร์เราแล้วดูชื่อไดร์ตรง MyComputer 
จากรูป จะเป็นว่าแสดง SD Card เป็นไดร์ (G:) (สังเกตุว่าไม่มีข้อมูลอะไรเลย)
-เปิดโปรแกมขึ้นมา การทำงานจะแบ่งเป็น 4step ง่ายๆ
1. stepแรกเลือก ไดร์ที่จะกู้ /ยี้ห้อกล้อง/ไฟล์ที่ต้องการจะกู้ (รูปภาพ,วิดิโอ,ไฟล์เสียง)
(รูปหน้าตา step แรก)
2. stepที่สอง โปรแกรมจะทำการ scan หาไฟล์ที่ลบไปล่าสุดย้อนหลังตามจำนวน card เรา (เช่น Card เราขนาด 1GB ก็กู้ได้ประมาณนั้น)
(รูป step2)
3.stepที่สาม เมื่อกู้เสร็จแล้ว เลือกกดดู PreView ดูแล้วเลือกรูปที่จะเชฟ หากต้องการเลอืกรูปทั้งหมดให้กดที่  Select All จากนั้นกด Next
(เลือกรูปทั้งหมด สังเกตุตรง  total 307 รูป seleced 307 รูป)
step สุดท้าย Save iรูปที่กู้ เมื่อ Save เสร็จก็กดOpen Recoverd File Foldor  เพื่อเปิดไฟล์ที่กู้
รูป Step สุดท้าย
หากหาไม่เจอว่าภาพมันเชฟที่ตรงไหน ให้ไปที่ ไดร์ C : Progarm File /CardRecovery/Recovered
OO.DiskRecovery8
เกิ่นนำกันหน่อยกับโปรแกรมกู้ข้อมูล Recuva ซึ่งพัฒนาขึ้นมาให้ผู้ใช้งานได้มีโอกาสดาวน์โหลดมาใช้งานกันแบบฟรีๆ เป็นโปรแกรมสำหรับกู้ข้อมูลจากพื้นที่เก็บข้อมูลหลัก ไม่ว่าจะเป็น Harddisk (ฮาร์ดดิสก์), Flash Drive หรือ USB และอุปกรณ์ประเภทอื่นๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่รวมอุปกรณ์เก็บข้อมูลประเภท CD/DVD นะจ๊ะ
ขั้นตอนแรกก็ดาวน์โหลดโปรแกรมกู้ข้อมูล Recuva มาติดตั้งกันก่อนเลย (Recuva รองรับภาษาไทยด้วย)
Download and Install Recuva Softwareเมื่อติดตั้งซอฟต์แวร์กู้ข้อมูลกันเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปเราก็เปิดโปรแกรมกู้ข้อมูล Recuva ขึ้นมากันเลย แล้วเราก็เลือกประเภทไฟล์ที่เราต้องการจะกู้คืนข้อมูล แนะนำให้เลือกให้ตรง เพราะว่าจะทำให้การกู้ข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าการเลือก “ไฟล์ทั้งหมด” ในที่นี้เราจะยกตัวอย่างการกู้คืนไฟล์ประเภท “เพลง” ละกันนะ
Recuva Data Recovery File Select
จากนั้นเราก็จะเลือกที่อยู่ของไฟล์ที่เราลบไป หากจำไม่ได้ก็ให้เลือก “ฉันไม่แน่ใจ” แต่ถ้าจำที่อยู่ของไฟล์ได้ ก็จะช่วยให้โปรแกรมกู้ข้อมูลทำงานได้เร็วขึ้นอีกเช่นกัน ในที่นี้เราได้ทดสอบลบไฟล์จากถังขยะ จึงเลือกแบบ “ในถังขยะรีไซเคิล”
Recuva Select File Address
หลังจากนั้น โปรแกรม Recuva จะทำการ Scan หาไฟล์ที่ต้องการจะกู้คืนตามที่เราได้ตั้งค่าไว้โดยมีหน้าตาดังตัวอย่างรูปด่านล่างนี้
Recuva Data Recovery Processing
เมื่อทำการ Scan หาไฟล์เสร็จ จะขึ้นหน้าตาแบบนี้ ซึ่งก็เจอไฟล์ที่เราได้ทำการทดสอบลบจากถังขยะไปด้วย ให้เลือกที่ไฟล์ที่เราต้องการจะกู้ข้อมูล จากนั้นคลิกที่ “กู้คืน…” ที่มุมขวาด้านล่างตามรูปภาพประกอบ และเลือกที่อยู่ที่ต้องการจะบันทึกไฟล์ของคุณ จากนั้นจด “OK” ในที่นี้เราจะเก็บไฟล์ไว้หน้า Desktop นะจ๊ะ
Recuva Select File For Data Recovery
เมื่อเราทำการกด OK ไปแล้ว โปรแกรมก็จะเริ่มต้นประมวลผลข้อมูลและทำการกู้ข้อมูลให้เรา ซึ่งหากไม่ได้กู้หลายๆไฟล์หรือไฟล์ขนาดไม่ใหญ่ ก็จะกู้ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วมากๆ โดยจากตัวอย่างที่เรานำมาทดสอบกับโปรแกรม Recuva ก็คือการกู้ไฟล์เพลงกลับมานั่นเอง โดยมีความเร็วบอกดังรูปภาพด้านล่างนี้
Recuva Data Recovery Success
โปรแกรมกู้ข้อมูล Recuva ใช้เวลาในการกู้ไฟล์เพลงของเราไปเพียงแค่ 0.14 วินาทีเท่านั้น ซึ่งต้องยอมรับเลยว่า โปรแกรมกู้ข้อมูลตัวนี้ทั้งฟรี ทั้งดี และเร็วแบบสุดๆจริงๆ
สำหรับท่านใดที่มีปัญหาลบข้อมูลออกจากพื้นที่เก็บข้อมูลแล้วอยากจะได้ข้อมูลกลับคืนมา ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม สามารถดาวน์โหลดโปรแกรมกู้ข้อมูล Recuva ได้ที่เว็บไซต์ http://www.loadpai.com/download/recuva และขอขอบคุณทาง Loadpaiที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการกู้ข้อมูลที่ละเอียดมากๆ ซึ่งเป็นประโยชน์กับผู้ใช้งานจริงๆ
PowerData
วิธีติดตั้งและใช้งานโปรแกรมกู้ข้อมูล Mini tool power data recovery free edition,Power data recovery free คือโปรแกรมกู้ข้อมูลที่ให้ใช้งานฟรี ไฟล์ที่เผลอลบ ฟอร์แมท ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล รูปภาพ ทั้งจาก Hard disk USB CD DVD,Power data recovery free ให้กู้ข้อมูลฟรีได้ในขนาด 1 GB หากต้องการใช้งานเต็มรูปแบบก็ต้องซื้อเวอร์ชั่นเต็ม เรามาดูวิธีติดตั้งใช้งานกันเลย.



  1. Undelete Recovery ใช้กู้คืนไฟล์ข้อมูลที่เผลอลบหรือข้อมูลหลังจากลบไฟล์ข้อมูลออกจากถังขยะหรือกดปุ่ม SHIFT+DELETE ไฟล์ถูกลบทันทีไม่เหลือในถังขยะ (Recycle bin).
  2. Damaged Partition Recovery ใช้กู้คืนไฟล์ข้อมูลที่เกิดจากพาร์ทิชั่นพังหรือถูกฟอร์เมตหรือเวลาเปิดไดร์ฟเจอข้อความ Do you want to format this drive? บอกให้ฟอร์เมตพาร์ทิชั่นฮาร์ดิสก์ซึ่งเป็นอาการของฮาร์ดดิสก์ใกล์พัง ควรทำการสำรองข้อมูลไว้โดยด่วน แต่ถ้าสำรองข้อมูลไว้ไม่ได้ก็ต้องใช้ฟังก์ชั่นนี้เพื่อกู้ข้อมูลกลับคืนมา.
  3. Lost Partition Recovery ใช้กู้คืนไฟล์ข้อมูลจากพาร์ทิชั่นที่เสียหายหรือถูกลบอาจด้วยโปรแกรมประเภทจัดการพาร์ทิชั่นหรือติดตั้งวินโดวส์ใหม่บนพาร์ทิชั่นเดิมและบางครั้งเกิดจากการใช้ System Restore.
  4. Digital Media Recovery ใช้กู้คืนไฟล์หรือข้อมูลจากอุปกรณ์เก็บข้อมูลประเภท Digital Media ไม่ว่าจะเป็นเฟลชไดร์ฟ USB การ์ดหน่วยความจำ ไอพอด เฟลชการ์ด เป็นต้น เพราะหากไฟล์หรือข้อมูลจำพวกไฟล์เพลง รูปภาพ และวีดีโอ รองรับไฟล์นามสกุล JPG, CR2, CRW, DCR, MRW, NEF, ORF, PEF, RAF, SRF, X3F, TIFF, DWG, PSD, CDR, PSP, PCX, PNG, MP3, MP4, M4A, 3GP, WAV, ASF, WMA, WMV, MOV และ  AVI.
  5. CD/DVD Recovery ใช้กู้คืนไฟล์ข้อมูลจาก CD DVD ที่เสียหาย เป็นรอยขีดข่วนหรือเปิดไม่ได้รองรับการกู้ข้อมูลแผ่น CD-ROM, CD-R, CD-RW, DVD-ROM, DVD-R และ DVD-RW แผ่น CD DVD ที่ถูก Format (RW Disk) แบบ Quick Format,ใช้กู้คืนไฟล์ข้อมูลจากการถูกเขียนทับแบบ UDF ด้วยโปรแกรม DirectCD, InCD และ packetCD ได้.


วิธีติดตั้ง Power data recovery free (ทำตามรูปภาพเพื่อติดตั้งและใช้งานแบบฟรี).




ตัวอย่างวิธีกู้คืนไฟล์รูปภาพที่ถูกลบด้วยฟังก์ชั่น Undelete.
  • ทดลองลบไฟล์รูปภาพ power data recovery.png จากแฟลชไดรฟ์ โดยใช้ Shift + delete เพื่อลบถาวรไม่เก็บไว้ในถังขยะ.



  • เปิดโปรแกรม Power data recovery ขึ้นมาและคลิ๊กเลือกฟังก์ชั่น Undelete Recovey.




  • คลิ๊กเลือกไดรฟ์ที่ต้องการกู้ข้อมูล(ในที่นี้คลิ๊กที่แฟลชไดรฟ์เนื่องจากเราเพิ่งลบรูปภาพ Power data recovery.png ทิ้งไป) จากนั้นคลิ๊กที่ Recover เพื่อทำการกู้คืนข้อมูล.



  • คลิ๊กเลือกไฟล์ที่ต้องการกู้คืน (สังเกตุถ้าเป็นไฟล์ที่ถูกลบจะมีเครื่องหมาย x สีแดงปรากฎอยู่) ในที่นี้จะเห็นไฟล์รูปภาพ Power data recovery ที่ถูกลบทิ้งไปแล้ว จากนั้นคลิ๊ก Save Files เพื่อทำการกู้คืนไฟล์รูปภาพนั้น.




  •  เลือกไดรฟ์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการเก็บข้อมูลที่กู้คืน (Recover to) โดยคลิ๊กที่ Browse เพื่อค้นหาสถานที่จัดเก็บ(เราได้สร้างโฟลเดอร์ชื่อ "กู้คืน"ไว้ก่อนแล้ว) คลิ๊กโฟลเดอร์(กู้คืน)ที่ต้องการจัดเก็บ จากนั้นคลิ๊ก OK.



  • ไฟล์รูปภาพได้ถูกกู้คืนไปยังโฟลเดอร์ที่เราเลือกเรียบร้อยแล้ว.



  • เปิดโฟลเดอร์ที่เรากู้คืนข้อมูลไปเก็บไว้ จะพบว่าไฟล์ที่กู้คืนมาเรียบร้อย (ก่อนนี้เรา Save ไฟล์กู้คืนไปยังโฟลเดอร์ "กู้คืน").



*** ไฟล์ที่ถูกลบ ถูกฟอร์แมตไปแล้ว การที่จะกู้คืนกลับมาได้สมบูรณ์หรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง ไฟล์ที่เพิ่งถูกลบแล้วกู้คืนทันทีอาจกู้คืนได้ 100% ไฟล์ที่ถูกฟอร์แมตอาจได้เพียง 80% แต่ถ้าลบไฟล์ไปแล้วเกิดเราบันทึกข้อมูลอื่นๆทับลงไปในพื้นที่ที่ไฟล์ถูกลบไปทั้งในแฟลชไดรฟ์ ฮาร์ดดิสก์ หรืออื่นๆ อาจจะกู้คืนข้อมูลได้ไม่สมบูรณ์หรือกู้คืนไม่ได้เลยเพราะมีข้อมูลใหม่มาแทนที่แล้ว หรือการใช้โปรแกรมทำความสะอาดเครื่อง เช่น CCleaner หรือโปรแกรมความสะอาดเครื่องอื่นๆ ก็จะทำให้พื้นที่ที่ไฟล์ถูกลบหายไปและไม่สามารถกู้คืนได้เช่นเดียวกัน *** ดังนั้นถ้ารู้ว่าเผลอลบข้อมูลทิ้งไปก็รีบกู้คืนให้เร็วที่สุด จะสามารถกู้คืนได้สมบูรณ์ที่สุด***

วิธีใช้งานโปรแกรมตรวจสอบคุณสมบัติคอมพิวเตอร์ ภาคสอง พร้อมดาวน์โหลด

วิธีใช้งานโปรแกรมตรวจสอบคุณสมบัติคอมพิวเตอร์ ด้วย Hardware Mornitor

1. รันโปรแกรม Hardware Mornitor
2. จะพบหน้าโปรแกรมตามรูป


3. ใช้สำหรับดูอุณหภูมิอุปกรณ์ต่างๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์

วิธีใช้งานโปรแกรมตรวจสอบคุณสมบัติคอมพิวเตอร์ ด้วย IsMyLcdOK

1. รันโปรแกรม IsMyLcdOK 
2. จะพบหน้าโปรแกรมตามรูป


3. เป็นการตรวจเช็ค DeadPixel


วิธีใช้งานโปรแกรมตรวจสอบคุณสมบัติคอมพิวเตอร์ ด้วย Process Explorer

1. รันโปรแกรม Process Explorer
2. จะพบหน้าโปรแกรมตามรูป


3. เป็นโปรแกรมที่ใช้ในการ ดูแลเครื่อง ตรวจสอบ การใช้งานของโปรเซส (Process) ต่างๆ ที่อยู่ใน เครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถใช้ตรวจสอบการทำงานของ ระบบปฏิบัติการ Windows ได้เป็นอย่างดี และ ละเอียดมากๆ จากไฟล์ DLL ที่มีอยู่ในเครื่องคุณ โดยไม่ส่งผลกระทบอะไรใดๆ ต่อการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์คุณ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://nichamon1026.blogspot.com/2016/01/10.html