วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ข้อเสีย หรือ ผลเสีย ของ GMOs (Disadvantages of GMOs)

ข้อเสีย หรือ ผลเสีย ของ GMOs (Disadvantages of GMOs)


พืช GMOs
ปัญหาด้านของความเสี่ยงต่อผู้บริโภค
- ปัญหาเรื่อง อาจมีสิ่งอื่นเจือปนที่ทำให้เกิดอันตรายจากสารอาหารที่ได้จากจีเอ็มโอ(GMOs) ได้ เช่น เคยมีข่าวว่า คนในสหรัฐอเมริกาเกิดการล้มป่วยและเสียชีวิตเกิดขึ้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากการบริโภค กรดอะมิโน L-Tryptophan ซึ่งเป็นสารอาหารที่ได้จากจีเอ็มโอ(GMOs)โดยเป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Showa Denko แต่ความจริงแล้วจีเอ็มโอ(GMOs) ไม่ได้เป็นสาเหตุของอันตราย แต่เกิดจากความผิดพลาดในกระบวนการหลังการทำให้บริสุทธิ์ของผลิตภัณฑ์ โดยในขั้นของการควบคุมคุณภาพ (Quality Control) มีความบกพร่องจนมีสิ่งเจือปนที่ไม่ต้องการเหลืออยู่
- ปัญหาเรื่อง จีเอ็มโอ(GMOs)อาจเป็นพาหะของสารที่เป็นอันตรายได้ อย่างในการทดลองของ Dr.Pusztai ได้ทำการทดลองให้หนูกินมันฝรั่งดิบที่มีสารเลคติน(lectin)เจือปนอยู่ แล้วผลออกมาว่าหนูมีภูมิคุ้มกันลดลง รวมถึงลำไส้ของหนูมีลักษณะบวมอย่างผิดปกติ นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากวิจารณ์การทดลองนี้ว่า มีความบกพร่องในการออกแบบการทดลองรวมถึงในวิธีการทดลอง ซึ่งเชื่อว่าต่อไปจะมีการทดลองที่รัดกุมมากขึ้น และมีคนกังวลว่า ดีเอ็นเอ (DNA) จากไวรัสที่ใช้ในการทำจีเอ็มโอ(GMOs) อาจเป็นอันตรายได้
- ปัญหาเรื่อง อาจมีสารบางอย่างจากจีเอ็มโอ(GMOs) มีไม่เท่ากับปริมาณสารปกติในธรรมชาติ (สารที่ไม่ได้เกิดจากการตัดต่อพันธุกรรมแล้วใส่ยีน(gene)ที่จะผลิตสารนั้นโดยตรงลงไป) อย่างมีรายงานว่าถั่วเหลืองที่เกิดจากการตัดต่อพันธุกรรมมีสาร isoflavone {เป็นสารจำพวก phytoestrogen [ซึ่งคล้ายสารจำพวกฮอร์โมนเอสโตรเจน(estrogen)ในคน]} มากกว่าถั่วเหลืองในธรรมชาติเล็กน้อย ซึ่งยังไม่แน่ใจว่า การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมน estrogen อาจทำให้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค จีเอ็มโอ(GMOs) หรือเปล่า โดยเฉพาะในเด็กทารก
- ปัญหาเรื่อง อาจการเกิดสารภูมิแพ้(allergen)ซึ่งอาจได้มาจากสิ่งมีชีวิตที่เป็นแหล่งเดิมของยีน(gene)ที่นำมาใช้ทำจีเอ็มโอ(GMOs)นั้น อย่างการใช้ยีน(gene)จากถั่ว Brazil nut มาทำจีเอ็มโอ(GMOs)เพื่อเพิ่มคุณค่าของโปรตีนในถั่วเหลืองให้มากขึ้นสำหรับเป็นอาหารสัตว์ ก่อนที่จะออกจำหน่ายพบว่าจีเอ็มโอ(GMOs)ที่เป็นถั่วเหลืองชนิดนี้อาจทำให้คนกลุ่มหนึ่งเกิดอาการแพ้ได้ เนื่องจากได้รับโปรตีนที่เป็นสารภูมิแพ้จากถั่ว Brazil nut ทางบริษัทจึงได้ระงับการพัฒนาและการจำหน่ายจีเอ็มโอ(GMOs)ชนิดนี้ แต่ถึงอย่างนั้นพืชจีเอ็มโอ(GMOs)ชนิดอื่นๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วโลกในขณะนี้ อย่างพวก ถั่วเหลืองและข้าวโพดนั้น ได้มีการประเมินแล้วว่า มีอัตราความเสี่ยงไม่แตกต่างจากถั่วเหลืองและข้าวโพดที่ปลูกอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ
- ปัญหาเรื่อง ความปลอดภัยต่อผู้บริโภคในการตัดต่อพันธุกรรมในสัตว์ อย่างใน วัว หมู ไก่ รวมถึงสัตว์ชนิดอื่นที่จะได้รับ recombinant growth hormone ทำให้อาจมีคุณภาพที่ไม่เหมือนจากในธรรมชาติ และอาจมีสารตกค้าง โดยไม่มีข้อยืนยันชัดเจนในเรื่องนี้ ซึ่งในระบบสรีระวิทยาของสัตว์นั้นมีความซับซ้อนมากกว่าทั้งของในพืชและจุลินทรีย์ อาจมีผลกระทบอื่นๆ ที่ไม่คาดคิดได้จากการตัดต่อพันธุกรรมในสัตว์ ซึ่งอาจมีสารพิษอื่นๆที่ไม่ต้องการตกค้างได้ ทำให้ในการตัดต่อพันธุกรรมในสัตว์ที่เป็นอาหารโดยตรง ต้องมีการพิจารณาของขั้นตอนในการประเมินในด้านความปลอดภัยที่ครอบคลุมมากกว่าการตัดต่อพันธุกรรมในจุลินทรีย์และพืช
- ปัญหาเรื่อง การดื้อยาในการทำจีเอ็มโอ(GMOs)จะใช้ selectable marker ที่มักเป็นยีน(gene)ที่สร้างสารต้านยาปฏิชีวนะ (antibiotic resistance) ในจีเอ็มโอ(GMOs)อาจมีสารต้านยาปฏิชีวนะอยู่ ซึ่งถ้าผู้บริโภคจีเอ็มโอ(GMOs)กำลังอยู่ระหว่างการใช้ยาปฏิชีวนะ อาจทำให้การรักษาไม่ได้ผล โดยเรื่องนี้นักวิทยาศาสตร์บอกว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นมีน้อยและสามารถหลีกเลี่ยงหรือแก้ไขได้ และถ้าหากเชื้อจุลินทรีย์ที่มีตามปกติในร่างกายเกิดได้รับ marker gene เข้าไปในส่วนดีเอ็นเอ(DNA)ของมัน อาจทำให้เกิดจุลินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ที่อาจดื้อยาปฏิชีวนะได้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์บอกว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ในตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ได้คิดหาวิธีใหม่ที่ไม่ต้องใช้ selectable marker ที่เป็นสารต้านยาปฏิชีวนะ หรือนำยีน(gene)ในส่วนที่สร้างสารต้านปฏิชีวนะออกไปก่อนเป็นจีเอ็มโอ(GMOs)เป็นผลิตภัณฑ์เต็มตัว
- ปัญหาเรื่อง อาจมีส่วนของยีน(gene)จำพวก 35S promoter และ NOS terminator ที่อาจมีอยู่ในเซลล์ของจีเอ็มโอ(GMOs)ซึ่งอาจจะไม่ถูกย่อยในส่วนของกระเพาะอาหารและส่วนของลำไส้ แล้วเข้าสู่เซลล์ปกติของคนที่รับประทานจีเอ็มโอ(GMOs)เข้าไป แล้วอาจทำให้มีการ active ของสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น มีผลอาจทำให้ยีน(gene)ของคนที่รับประทานเข้าไปเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ แต่จากผลการทดลองที่ผ่านๆมาได้มีการยืนยันว่า มีโอกาสเป็นไปได้น้อยมาก
- ปัญหาเรื่อง บางสิ่งเล็กน้อยที่ต้องระวัง เช่น เด็กทารกซึ่งอาจย่อยดีเอ็นเอ(DNA)ในอาหารได้ไม่สมบูรณ์หากเทียบกับผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กทารกมีระบบทางเดินอาหารที่สั้นกว่าของผู้ใหญ่ แต่อาจทำให้เกิดอันตรายค่อนข้างต่ำ แต่ก็ต้องทำการศึกษาวิจัยต่อไป
ปัญหาด้านของความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม
- ปัญหาเรื่อง สารพิษบางชนิดที่ใช้ปราบแมลงศัตรูพืช อาจกระทบถึงแมลงและสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อพืช เช่น Bt toxin ที่มักใส่ในจีเอ็มโอ(GMOs) อย่างผลการทดลองของ Losey มหาวิทยาลัย Cornell ได้ศึกษาผลกระทบของสารฆ่าแมลงของเชื้อ Bacillus thuringiensis (บีที) ในข้าวโพดตัดต่อพันธุกรรมที่มีต่อผีเสื้อ Monarch ในการทดลองนี้ทำในสถานที่ทดลองภายใต้สภาวะเงื่อนไขที่ Stress โดยให้ผลเพียงในขั้นต้นเท่านั้น ซึ่งต้องมีการทดลองในภาคสนามอีกเพื่อให้ได้ผลที่มีนัยสำคัญ ก่อนที่จะมีการสรุปผลและมีการนำไปขยายความต่อไป
- ปัญหาในเรื่อง การนำจีเอ็มโอ(GMOs)ออกสู่สิ่งแวดล้อมทั่วไป โดยอาจมีผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งอาจทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะเด่นเหนือกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติมากจนกลืนสายพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติให้หายไปหรือสูญพันธุ์ไป หรืออาจเกิดลักษณะเด่นอะไรบางอย่างถูกถ่ายทอดไปยังสายพันธุ์ที่ไม่ต้องการ หรืออาจทำให้ศัตรูพืชดื้อต่อสารเคมีปราบศัตรูพืช อาจทำให้เกิด “สุดยอดแมลง(super bug)” หรือ “สุดยอดวัชพืช(super weed)”ได้
ปัญหาด้านของเศรษฐกิจและสังคม
- ปัญหาในเรื่องอื่น ที่ไม่ใช่เรื่องวิทยาศาสตร์ เช่น การผูกขาดทางสินค้าจีเอ็มโอ(GMOs)ของบริษัทเอกชนที่จดสิทธิบัตรเกี่ยวกับจีเอ็มโอ(GMOs)นั้น ทำให้ในอนาคตอาจเกิดความไม่มั่นคงทางด้านอาหารได้และไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ต่อไป รวมถึง ปัญหาในเวทีการค้าระหว่างประเทศที่กีดกันสินค้าจีเอ็มโอ(GMOs)
อ้างอิงจาก : www.Google.com

ประโยชน์ของพืช GMOs



ประโยชน์ของพืช GMOs
ข้อดีและข้อเสียของ GMOs
ข้อดีของ GMOs
GMOs คือผลผลิตจากความก้าวหน้าของวิทยาการทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพและชีววิทยาระดับโมเลกุล (molecular biology) โดยเฉพาะพันธุวิศวกรรมศาสตร์ ที่ได้พัฒนาอย่างรวดเร็วจนถึงระดับสูงมาก สิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้นักวิทยาศาสตร์และสถาบันวิจัยทั่วโลก ทุ่มเทพลังความคิดและทุนวิจัยจำนวนมหาศาลเพื่อศาสตร์นี้ คือ ความมุ่งหมายที่จะพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรโลก ทั้งทางด้านโภชนาการ การแพทย์ และสาธารณสุข
ความสำเร็จแห่งการพัฒนาศาสตร์ดังกล่าว มีรูปธรรมคือการยกระดับคุณภาพอาหาร ยา และเทคโนโลยีทางการแพทย์ ดังที่เราได้รับผลประโยชน์อยุ่ทุกวันนี้ และในภาวะที่จำนวนประชากรโลกเพิ่ม มากขึ้นทุกวัน ในขณะที่พื้นที่การผลิตลดลง พันธุวิศวกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุดอันหนึ่ง ที่จะช่วยแก้ปัญหา การขาดแคลนอาหารและยาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากประสิทธิภาพของพันธุวิศวกรรมเป็นที่ยอมรับว่า สามารถช่วยเพิ่มอัตราผลผลิตต่อพื้นที่สูงขึ้นมากกว่าการผลิตในรูปแบบดั้งเดิม ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การเกษตรในสหรัฐอเมริกา และด้วยการที่พันธุวิศวกรรม สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตได้ดังกล่าว จึงมีการกล่าวกันว่า พันธุวิศวกรรมคือการปฏิวัติครั้งใหญ่ในด้านการเกษตร และการแพทย์ ที่เรียกว่า
genomic revolution
GMOs ที่ได้รับการพัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว และกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา ได้นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในหลายด้าน ได้แก่
ประโยชน์ต่อเกษตรกร
1. ทำให้เกิดพืชสายพันธุ์ใหม่ที่มีความทนทานต่อสภาพแวดล้อม เช่น ทนต่อศัตรูพืช หรือมีความสามารถในการ ป้องกันตนเองจากศัตรูพืช เช่น เชื้อไวรัส เชื้อรา แบคทีเรีย แมลงศัตรูพืช หรือแม้แต่ยาฆ่าแมลง และยาปราบวัชพืช หรือในบางกรณีอาจเป็นพืชที่ทนแล้ง ทนดินเค็ม ดินเปรี้ยว คุณสมบัติ เช่นนี้เป็นประโยชน์ ต่อเกษตรกร เราเรียกลักษณะเช่นนี้ว่าเป็น agronomic traits
2. ทำให้เกิดพืชสายพันธุ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติเหมาะแก่การเก็บรักษาเป็นเวลานาน ทำให้สามารถอยู่ได้นานวัน และขนส่งได้เป็นระยะทางไกลโดยไม่เน่าเสีย เช่น มะเขือเทศที่สุกช้า หรือแม้จะสุกแต่ก็ไม่งอม เนื้อยังแข็ง และกรอบ ไม่งอมหรือเละเมื่อไปถึงมือผู้บริโภค ลักษณะนี้ก็ถือว่าเป็น agronomic traits เช่นเดียวกัน เพราะให้ประโยชน์แก่เกษตรกรและผู้จำหน่าย สินค้า GMOs ส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้อยู่ในจำพวก ข้อ 1 หรือ ข้อ 2 ที่กล่าวมานี้
ประโยชน์ต่อผู้บริโภค
3. ทำให้เกิดธัญพืช ผัก หรือผลไม้ที่มีคุณสมบัติเพิ่มขึ้นในทางโภชนาการ เช่น ส้มหรือมะนาวที่มีวิตามินซีเพิ่ม มากขึ้น หรือผลไม้ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ให้ผลมากกว่าเดิม ลักษณะเหล่านี้เป็นการเพิ่มคุณค่าเชิงคุณภาพ (quality traits)
4. ทำให้เกิดพันธุ์พืชใหม่ๆ ที่มีคุณค่าในเชิงพาณิชย์ เช่น ดอกไม้หรือพืชจำพวกไม้ประดับสายพันธุ์ใหม่ที่มี รูปร่างแปลกกว่าเดิม ขนาดใหญ่กว่าเดิม สีสันแปลกไปจากเดิม หรือมีความคงทนกว่าเดิม ซึ่งถือว่าเป็น quality traits เช่นกัน
GMOs ที่มีลักษณะที่กล่าวมาในข้อ 3 และข้อ 4 นี้ในบางประเทศเช่น สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเริ่มมีจำหน่าย เป็นสินค้าแล้ว และคาดว่าจะมีความแพร่หลายมากขึ้นในช่วงหลายปีต่อจากนี้ ทั้งหมดที่กล่าวมาตั้งแต่ข้อ 1-4 นี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นการลัดขั้นตอนของการผสมพันธุ์พืช ซึ่งในหลายกรณีหากช่วงชีวิตของพืชยาว ทำให้ต้องกิน เวลานานกว่าจะได้ผลเนื่องจากต้องมีการคัดเลือกหลายครั้ง การทำ GMOs ทำให้ขั้นตอนนี้เร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น กว่าเดิมมาก
ประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม
5. คุณสมบัติของพืชที่ทำให้ลดการใช้สารเคมี และช่วยให้ได้พืชผลมากขึ้นกว่าเดิมมีผลทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำลง วัตถุดิบที่มาจากภาคเกษตร เช่น กากถั่วเหลือง อาหารสัตว์จึงมีราคาถูกลง ทำให้เพิ่มอำนาจในการแข่งขัน
6. นอกจากพืชแล้ว ยังมี GMOs หลายชนิดที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น เอ็นไซม์ที่ใช้ ในการผลิตน้ำผักและน้ำผลไม้ หรือเอ็นไซม์ ไคโมซิน ที่ใช้ในการผลิตเนยแข็งแทบทั้งหมดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ ได้จาก GMOs และมีมาเป็นเวลานานแล้ว
7. การผลิตวัคซีน หรือยาชนิดอื่นๆ ในอุตสาหกรรมยาปัจจุบันนี้ล้วนแล้วแต่ใช้ GMOs แทบทั้งสิ้น อีกไม่นานนี้ เราอาจมีน้ำนมวัวที่มีส่วนประกอบของยาหรือฮอร์โมนที่จำเป็นต่อมนุษย์ ซึ่งผลิตจาก GMOs ลักษณะที่กล่าวถึง ตั้งแต่ข้อ 6-8 ล้วนมีส่วนทำให้ลดต้นทุนการผลิตและเวลาที่ต้องใช้ลงทั้งสิ้น
ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม
8. ประโยชน์ที่มีต่อสิ่งแวดล้อมคือ เมื่อพืชมีคุณสมบัติสามารถป้องกันศัตรูพืชได้เอง อัตราการใช้สารเคมีเพื่อ ปราบศัตรูพืชก็จะลดน้อยลงจนถึงไม่ต้องใช้เลย ทำให้มีลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น จากการใช้สารเคมี ปราบศัตรูพืช และลดอันตรายต่อเกษตรกรเองที่เกิดขึ้นจากพิษของการฉีดสารเหล่านั้นในปริมาณมาก (ยกเว้น บางกรณีเช่น พืชที่ต้านทานยาปราบวัชพืชที่อาจมีโอกาสทำให้เกิดแนวโน้มในการใช้สารปราบวัชพืชของบาง บริษัทมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่)
9. หากยอมรับว่าการปรับปรุงพันธุ์ และการคัดเลือกพันธุ์พืชเป็นการเพิ่มความหลากหลายของสายพันธุ์ให้มากขึ้น แล้ว การพัฒนา GMOs ก็ย่อมมีผลทำให้เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพขึ้นเช่นกัน เนื่องจากยีนที่มีคุณสมบัติ เด่นได้รับการคัดเลือกให้มีโอกาสแสดงออกได้ในสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์มากขึ้น
ข้อเสียของ GMOs
เทคโนโลยีทุกชนิดเมื่อมีข้อดีก็ย่อมมีข้อเสีย ในกรณีของ GMOs นั้นข้อเสียคือ มีความเสี่ยงและความซับซ้อนใน การบริหารจัดการเพื่อให้มีความปลอดภัยเพื่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าโทษ แม้ว่าในขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามี ผู้ใดได้รับอันตรายจากการบริโภคอาหาร GMOs แต่ความกังวลต่อความเสี่ยงของการใช้ GMOs เป็นสิ่งที่ หลีกเลี่ยงได้ยาก เช่น กรณีตัวอย่างดังต่อไปนี้
ความเสี่ยงต่อผู้บริโภค
1. สารอาหารจาก GMOs อาจมีสิ่งปนเปื้อนที่เป็นอันตราย เช่น เคยมีข่าวว่า กรดอะมิโน L-Tryptophan ของบริษัท Showa Denko ทำให้ผู้บริโภคในสหรัฐเกิดอาการป่วยและล้มตาย อย่างไรก็ตาม กรณีที่เกิดขึ้นนี้แท้จริงแล้วเป็น ผลมาจากความบกพร่องในขั้นตอนการควบคุมคุณภาพ (quality control) ทำให้มีสิ่งปนเปื้อนหลงเหลืออยู่ หลังจาก กระบวนการทำให้บริสุทธิ์ มิใช่ตัว GMOs ที่เป็นอันตราย
2. ความกังวลในเรื่องของการเป็นพาหะของสารพิษ เช่น ความกังวลที่ว่า DNA จากไวรัสที่ใช้ในการทำ GMOs อาจเป็นอันตราย เช่น การทดลองของ Dr.Pusztai ที่ทดลองให้หนูกินมันฝรั่งดิบที่มี lectin และพบว่าหนูมีภูมิคุ้ม กันลดลง และมีอาการบวมผิดปกติของลำไส้ ซึ่งงานชิ้นนี้ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสูง โดยนักวิทยาศาสตร์ ส่วนใหญ่มีความเห็นว่าการออกแบบการทดลองและวิธีการทดลองบกพร่อง ไม่ได้มาตรฐานตามหลักการวิทยา ศาสตร์ ในขณะนี้เชื่อว่ากำลังมีความพยายามที่จะดำเนินการทดลองที่รัดกุมมากขึ้นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เชื่อถือได้ มากขึ้น และจะสามารถสรุปได้ว่าผลที่ปรากฏมาจากการตบแต่งทางพันธุกรรมหรืออาจเป็นเพราะเหตุผลอื่น
3. สารอาหารจาก GMOs อาจมีคุณค่าทางโภชนาการไม่เท่าอาหารปกติในธรรมชาติ เช่น รายงานที่ว่าถั่วเหลืองที่ ตัดแต่งพันธุกรรมมี isoflavone มากกว่าถั่วเหลืองธรรมดาเล็กน้อย ซึ่งสารชนิดนี้เป็นกลุ่มของสารที่เป็น phytoestrogen (ฮอร์โมนพืช) ทำให้มีความกังวลว่า การเพิ่มขึ้นของฮอร์โมน estrogen อาจทำให้เป็นอันตรายต่อ ผู้บริโภคหรือไม่ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กทารก จึงจำเป็นต้องมีการศึกษาผลกระทบของการเพิ่มปริมาณของสาร isoflavine ต่อกลุ่มผู้บริโภคด้วย
4. ความกังวลต่อการเกิดสารภูมิแพ้ (allergen) ซึ่งอาจได้มาจากแหล่งเดิมของยีนที่นำมาใช้ทำ GMOs นั้น ตัวอย่าง ที่เคยมีเช่น การใช้ยีนจากถั่ว Brazil nut มาทำ GMOs เพื่อเพิ่มคุณค่าโปรตีนในถั่วเหลืองสำหรับเป็นอาหารสัตว์ จากการศึกษาที่มีขึ้นก่อนที่จะมีการผลิตออกจำหน่าย พบว่าถั่วเหลืองชนิดนี้อาจทำให้คนกลุ่มหนึ่งเกิดอาการแพ้ เนื่องจากได้รับโปรตีนที่เป็นสารภูมิแพ้จากถั่ว Brazil nut บริษัทจึงได้ระงับการพัฒนา GMOs ชนิดนี้ไป อย่างไร ก็ตามพืช GMOs อื่นๆ ที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปในโลกในขณะนี้ เช่น ถั่วเหลืองและข้าวโพดนั้น ได้รับการประเมิน แล้วว่า อัตราความเสี่ยงไม่แตกต่างจากถั่วเหลืองและข้าวโพดที่ปลูกอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน
5. การตบแต่งพันธุกรรมในสัตว์ปลอดภัยต่อผู้บริโภคหรือไม่? ในบางกรณี วัว หมู รวมทั้งสัตว์ชนิดอื่นที่ได้รับ recombinant growth hormone อาจมีคุณภาพที่แตกต่างไปจากธรรมชาติ และ/หรือมีสารตกค้างหรือไม่ ขณะนี้ยัง ไม่มีข้อยืนยันชัดเจนในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม สัตว์มีระบบสรีระวิทยาที่ซับซ้อนมากกว่าพืช และเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้การตบแต่งพันธุกรรมในสัตว์ อาจทำให้เกิดผลกระทบอื่นๆ ที่ไม่คาดคิดได้ โดยอาจทำให้สัตว์มีลักษณะและ คุณสมบัติเปลี่ยนไป และมีผลทำให้เกิดสารพิษอื่นๆ ที่เป็นสารตกค้างที่ไม่ปรารถนาขึ้นได้ การตบแต่งพันธุกรรม ในสัตว์ที่เป็นอาหารโดยตรง จึงควรต้องมีการพิจารณาขั้นตอนการประเมินความปลอดภัยที่ครอบคลุมมากกว่า เชื้อจุลินทรีย์และพืช
6. ความกังวลเกี่ยวกับการดื้อยา กล่าวคือเนื่องจากใน marker gene มักจะใช้ยีนที่สร้างสารต่อต้านปฏิชีวนะ (antibiotic resistance) ดังนั้นจึงมีผู้กังวลว่าพืชใหม่ที่ได้อาจมีสารต้านปฏิชีวนะอยู่ด้วย ทำให้มีคำถามว่า
6.1 ถ้าผู้บริโภคอยู่ในระหว่างการใช้ยาปฏิชีวนะอยู่ อาจจะทำให้การรักษาไม่ได้ผลหรือไม่ เนื่องจากมีสารต้าน ทานยาปฏิชีวนะอยู่ในร่างกาย ซึ่งเป็นปัญหาที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย และสามารถแก้ไข หรือหลีกเลี่ยงได้
6.2 ถ้าเชื้อแบคทีเรียที่ตามปกติมีอยู่ในร่างกายคน ได้รับ marker gene ดังกล่าวเข้าไปโดยผนวก (integrate) เข้าอยู่ในโครโมโซมของมันเอง ก็จะทำให้เกิดแบคทีเรียสายพันธุ์ใหม่ที่ดื้อยาปฏิชีวนะได้ ข้อนี้มีโอกาสเป็นไปได้ น้อยมาก
แต่เมื่อมีความกังวลเกิดขึ้น ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์จึงได้คิดค้นวิธีใหม่ที่ไม่ต้องใช้ selectable marker ที่เป็นสาร ต่อต้านปฏิชีวนะ หรือบางกรณีก็สามารถนำยีนส่วนที่สร้างสารต่อต้านปฏิชีวนะออกไปได้ก่อนที่จะเข้าสู่ห่วงโซ่ อาหาร
7. ความกังวลเกี่ยวกับการที่ยีน 35S promoter และ NOS terminator ที่อยู่ในเซลล์ของ GMOs จะหลุดรอดจากการ ย่อยภายในกระเพาะอาหารและลำไส้ เข้าสู่เซลล์ปกติของคนที่รับประทานเข้าไป แล้วเกิด active ขึ้นทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงของยีนในมนุษย์ ซึ่งข้อนี้จากผลการทดลองที่ผ่านมายืนยันได้ว่า ไม่น่ากังวลเนื่องจากมีโอกาส เป็นไปได้น้อยที่สุด
8. อย่างไรก็ตาม อาจจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังบ้างในบางกรณี เช่น เด็กอ่อนที่มีระบบทางเดินอาหารที่สั้นกว่า ผู้ใหญ่ทำให้การย่อยอาหารโดยเฉพาะ DNA ในอาหาร เป็นไปโดยไม่สมบูรณ์เมื่อเทียบกับผู้ใหญ่ ในข้อนี้แม้ว่า จะมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดอันตรายค่อนข้างต่ำ แต่ก็ควรมีการวิจัยโดยละเอียดต่อไป
ความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อม
9. มีความกังวลว่า สารพิษบางชนิดที่ใช้ปราบแมลงศัตรูพืช เช่น Bt toxin ที่มีอยู่ใน GMOs บางชนิดอาจมีผล กระทบต่อแมลงที่มีประโยชน์ชนิดอื่นๆ เช่น ผลการทดลองของ Losey แห่งมหาวิทยาลัย Cornell ที่กล่าวถึงการ ศึกษาผลกระทบของสารฆ่าแมลงของเชื้อ Bacillus thuringiensis (บีที) ในข้าวโพดตบแต่งพันธุกรรมที่มีต่อผีเสื้อ Monarch ซึ่งการทดลองเหล่านี้ทำในห้องทดลองภายใต้สภาพเงื่อนไขที่บีบเค้น และได้ให้ผลในขั้นต้นเท่านั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการทดลองภาคสนามเพื่อให้ทราบผลที่มีนัยสำคัญ ก่อนที่จะมีการสรุปผลและนำไปขยาย ความ
10. ความกังวลต่อการถ่ายเทยีนออกสู่สิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพเนื่องจาก มีสายพันธุ์ใหม่ที่เหนือกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติ หรือลักษณะสำคัญบางอย่างถูกถ่ายทอดไปยังสายพันธุ์ ที่ไม่พึงประสงค์ หรือแม้กระทั่งการทำให้เกิดการดื้อต่อยาปราบวัชพืช เช่น ที่กล่าวกันว่าทำให้เกิด super bug หรือ super weed เป็นต้น ในขณะนี้มีการวิจัยจำนวนมากเกี่ยวกับการถ่ายเทของยีน แต่ยังไม่มีข้อยืนยันในเรื่องนี้
ความกังวลในด้านเศรษฐกิจ-สังคม
11. ความกังวลอื่นๆ นั้นมักเป็นเรื่องนอกเหนือวิทยาศาสตร์ เช่น ในเรื่องการครอบงำโดยบรรษัทข้ามชาติที่มีสิทธิ บัตร ถือครองสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับ GMOs ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงทาง อาหาร ตลอดจนปัญหาความสามารถในการพึ่งตนเองของประเทศในอนาคต ที่มักถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงโดย NGOs และปัญหาในเรื่องการกีดกันสินค้า GMOs ในเวทีการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาของ ประเทศไทยอยู่ในปัจจุบัน
แม้ว่าจะมีความกังวลอยู่ แต่ควรทราบว่า GMOs เป็นผลิตผลจากเทคโนโลยีที่ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดอย่างหนึ่ง เท่าที่มนุษย์เคยคิดค้นมา ในประเทศไทยมีแนวปฏิบัติในเรื่องความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับนักวิจัย (biosafety guidelines) ทุกขั้นตอน ทั้งในระดับห้องปฏิบัติการและในการทดลองภาคสนามเพื่อให้การวิจัยและ พัฒนา GMOs มีความปลอดภัยสูงสุด และเป็นพื้นฐานในการประเมินความเสี่ยงต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งการ ประเมินความเสี่ยงนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นที่ต้องกระทำอย่างต่อเนื่องในแต่ละสภาพแวดล้อม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้าน และรัดกุมที่สุด
อย่างไรก็ดี กรณี GMOs เป็นโอกาสที่ดีในการที่ประชาชนในชาติได้มีความตื่นตัวและเร่งสร้างวุฒิภาวะ โดย เฉพาะอย่างยิ่งความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากการตัดสินใจใดๆ ของสังคมควรเป็นไปโดยอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจในวิทยาศาสตร์ และโดยขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ นั่นคือ การให้ความสำคัญกับที่มาของข้อมูลและการตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล มิใช่เป็นไปโดยความ ตื่นกลัว หรือการตามกระแส
โดย มธุรา สิริจันทรัตน์
เอกสารอ้างอิง
1. ศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีชีวภาพและความปลอดภัยทางชีวภาพ, คุณรู้จัก “พืชดัดแปรพันธุกรรม” ดีแค่ไหน, เอกสารแผ่นพับเผยแพร่ความรู้ หมายเลข 2
2. นเรศ ดำรงชัย, ผลกระทบของ GMOs ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย, สิ่งที่ประชาชนควรทราบ, โครงการศึกษานโยบายด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (BIOTEC), พิมพ์ครั้งที่ 2 มีนาคม 2543, 14 หน้า
3. http://www.pharm.chula.ac.th/news/clinic/GMOs.htm
4. http://dnatec.kps.ku.ac.th/new-dnatec/service/gmos.cgi?subject=gmos%20bar
5. http://www.nfi.or.th/current-trade-issues/gmo3.html
6. กลุ่มวิเคราะห์สินค้า 13, กองการค้าสินค้าทั่วไป กรมการค้าต่างประเทศ (12 พฤศจิกายน 2545)
7. http://www.doae.go.th/library/html/detail/gmos/gmos.htm

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

โปรแกรมตรวจสอบคุณสมบัติคอมพิวเตอร์


CPU-Z Download

CPU-Z โปรแกรมวัดความเร็ว CPU

CPU-Z โปรแกรมวัดความเร็ว CPU


CPU-Z (โปรแกรม CPU-Z วัดดูความเร็ว CPU เครื่องคุณ) : สำหรับโปรแกรมนี้มีชื่อว่า โปรแกรม CPU-Z ถูกพัฒนาโดยทีมผู้พัฒนาชาวจีน มันถือเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมสามัญประจำเครื่องที่ทุกคนน่าจะมีติดไว้ เพราะเจ้าโปรแกรม CPU-Z นี้มีคุณสมบัติ รวมถึงค่าต่างๆ ทั้งฮารด์แวร์ โดยหน้าที่เมนหลักของมันคือ โปรแกรมวัดความเร็ว CPU หรือ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ซึ่งถือเป็นหัวใจหลัก ที่สำคัญที่สุดของเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกๆ เครื่อง โดยโปรแกรมนี้นั้น มันถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในการ ตรวจสอบหน่วยประมวลผลกลางเท่านั้น เพื่อที่เราจะได้สามารถเลือกโปรแกรมต่างๆ มาใช้ หรือจะใช้ในการตัดสินใจเพิ่มอุปกรณ์ให้เข้าและทำงานรวมกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เรามีอยู่อีกด้วย

เรียกได้ว่า ใครที่เป็นแอดมิน ดูแลระบบ (System Administrator) หรือ เปิดร้านคอม อยู่ก็ลองเอา CPU-Z ไปใช้ดู หรือใครที่ซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ ก็ควรลงเพื่อทดสอบเช่นกัน เพื่อป้องกันการถูกหลอกสเปค จากทางร้านคอมพิวเตอร์นั่นเอง โดยโปรแกรม CPU-Z เป็นโปรแกรมฟรีแวร์ ไม่ต้องติดตั้งก็สามารถเปิดโปรแกรม CPU-Z นี้ได้ สนับสนุนวินโดวส์ ทั้งแบบ 32 Bits และ 64 Bits และยังมีเวอร์ชั่นที่แบบไม่ต้องติดตั้งก่อนใช้งาน (Portable) อีกด้วยนะ
สำหรับ โปรแกรม CPU-Z จะทำให้คุณทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ สเปคคอมพิวเตอร์ ของคุณ อย่างเช่น ข้อมูลเกี่ยวกับซีพียู (CPU) เมนบอร์ด (Motherboard) หรือจะเป็น หน่วยความจำ (Memory - RAM) หรือจะเป็น ส่วนของกราฟฟิค (Display Card / Graphic Card) และระบบคอมพิวเตอร์ในส่วนอื่นๆ ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าโปรแกรม CPU-Z นี้มีประโยชน์มากๆ ครับ ดาวน์โหลด CPU-Z ติดเครื่องไว้ รับรองอุ่นใจ และคุณจะรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของคุณอีกมากมายเลยทีเดียว
Changelog (สิ่งที่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงของโปรแกรม CPU-Z ในแต่ละรุ่น แต่ละเวอร์ชั่น)

โหลด CPU-Z ล่าสุด
เวอร์ชั่น 1.74
ปรับปรุงความสามารถของ CPU Benchmark ให้ดีมากยิ่งขึ้น
เพิ่มความสามารถในการตรวจหา eDRAM จาก Skylake CPU ซึ่งเป็นซีพียูรุ่นใหม่
แก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากเวอร์ชั่นที่ผ่านๆ มา
เวอร์ชั่น 1.73
มีโหมด eXtreme Overclock
เพิ่มแท็บใหม่ "CPU Benchmark" เปรียบเทียบค่าที่ตรวจได้ กับค่าอื่นๆ เข้าไปในโปรแกรม
เพิ่มการทำงานร่วมกับแคชแบบ L4
สนับสนุนการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows 10 อย่างเต็มรูปแบบ
แก้ไขข้อผิดพลาดอื่นๆ ที่เกิดขึ้นจากเวอร์ชั่นที่ผ่านๆ มา
เวอร์ชั่น 1.72
สนับสนุนการทำงานร่วมกับ Intel Skylake และ Broadwell เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ปรับปรุงให้รองรับการทำงานกับ Windows 10 ได้อย่างเต็มรูปแบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เวอร์ชั่น 1.71
เพิ่มการสนับสนุนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ใหม่ๆ
AMD Athlon X2 450, Athlon X4 840 and Athlon X4 860K (Kaveri)
AMD FX-8370, FX-8370E, FX-8320E (Vishera)
ปรับปรุงการประมวณผลชิปเซต (chipset) Intel X99
เพิ่มการสนับสนุนในระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows 10
สนุนสนุนซีพียู Intel Core M แล้ว (เวอร์ชั่น 1.71.1)
ปรับเปลี่ยนโลโก้โปรแกรมใหม่ (เวอร์ชั่น 1.71.1)
เวอร์ชั่น 1.70
เพิ่มการสนับสนุนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ๆ
Intel i7-5960X, i7-5930K, i7-5820K, i7-4790K, i5-4690K, Pentium G3258
แก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น จากเวอร์ชั่นที่ผ่านมา
เวอร์ชั่น 1.69
เพิ่มการสนับสนุนอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ๆ มากขึ้น
AMD A6-6420K, A4-6320, A4-4020.
AMD Athlon 5350 & 5150, Sempron 3850 & 2650 Kabini.
Intel Core i7-4770R และ Core i5-4570R Crystal Well.
เวอร์ชั่น 1.68
เพิ่มความสามารถในการสนับสนุนซีพียูชิป จากอินเทล ในรุ่นต่างๆ มากมาย อาทิเช่น
Intel i7-4790, i5-4690, i5-4590, i5-4460 (Haswell refresh)
Intel Celeron Haswell (G1830, G1820)
Intel serie 9 chipset (Z97).
เพิ่มการสนับสนุซีพียูชิป จากค่าย เอเอ็มดี (AMD) ในอีกหลากรุ่น อย่าง
AMD Kaveri APUs (A10-7850K, A10-7800, A10-7700K, A8-7600, A6-7400K, A4-7300).
แก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในรุ่นที่ผ่านๆ มา
เวอร์ชั่น 1.67
ปรับปรุงให้สามารถใช้งานได้กับซีพียูรุ่น Intel Core i7-4xxx MQ/MX และ Intel Silvermont
แก้ไขข้อผิดพลาด (Bug) ที่เกิดขึ้นในรุ่นก่อนๆ ที่ผ่านมา
เวอร์ชั่น 1.66
รองรับหน่วยประมวลผล Intel Xeon E5-2600 V2, Core i3-4xxx และ Core i7-3910K processors
รองรับ Intel Ivy Bridge-E/EP/EX และ Intel Atom Bay Trail-T
เพิ่มการเช็คคุณสมบัติในส่วนของ Microsoft Windows 8.1 (Windows Blue)
รองรับหน่วยประมวลผล AMD Opteron ตระกูล 3200 และ 3300
โปรแกรม CPU-Z เช็คตัวเองเมื่อมีการอัพเดตเวอร์ชั่นใหม่ๆ 
Note : ในส่วนของ โปรแกรม CPU-Z โปรแกรมนี้ ทางผู้พัฒนา โปรแกรม CPU-Z (Program Developer) เขาได้แจกให้ ทุกท่านได้นำไปใช้ในการ วัดความเร็ว ตรวจสอบความเร็วซีพียู กันแบบฟรีๆ (FREE) ท่าน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากนี้แล้ว คุณยังสามารถติดต่อกับทาง ผู้พัฒนาโปรแกรม CPU-Z นี้ได้ผ่านทางช่องทางอีเมล์ (E-Mail) : pcwizard@cpuid.com (ภาษาอังกฤษ) ได้ทันทีเลย
ดาวน์โหลด CPU-Z

ดาวน์โหลด CPU-Z

วิธีใช้งานโปรแกรมซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ที่มากับ Windows XP, Windows Vista และ Windows 7

วิธีใช้งานโปรแกรมซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ที่มากับ Windows XP
วิธีกู้ Windows XP แบบไม่ต้องลงใหม่
        ถ้าวินโดวส์มีป้ญหาไม่สามารถบู๊ตขึ้นภาพ Windows XP คุณๆจะมีวิธีของตนเอง เช่น เอาไฟล์ที่ ghost ไว้มาใช้ แต่ก็ปัญหาคือ ไฟล์ที่ได้ไม่ใช่ข้อมูลปัจุบัน หรือ format ลงวินโดวส์ใหม่ชึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยต้องลงโปรแกรมใหม่เป็นสิบตัว ยังต้องเสียเวลา Crack อีก ข้อมูลที่คุณทำไว้ก็หายหมด มีวิธีการกู้แบบง่ายๆ ไปหาวิธีแบบยาก แล้วแต่เหตุการณ์ และสาเหตุ ซึ่งจะมีเทคนิคดังนี้

เทคนิคที่ 1 กู้แบบง่ายๆ
   -สาเหตุ : ปกติคุณๆ มักชอบติดตั้งโปรแกรมใหม่ๆ เพิ่มเติม ผลปรากฎว่าเมื่อติดตั้งแล้วพอบู๊ตใหม่กลับบู๊ตไม่ขึ้นสาเหตุอาจมาจากโปรแกรมที่ติดใหม่ ติดตั้งไฟล์ระบบตัวเก่าทับตัวใหม่ ทำให้วินโดวส์ไม่รู้จักไฟล์ระบบ เลยทำให้เกิดหน้าจอดำค้างไม่บู๊ตเข้าหน้าจอเดสก์ทอป
   -วิธีแก้ไข : อาจจะใช้วิธี System Restore ใน Safe Mode โดยกดปุ่ม F8 ค้างไว้ ขณะบู๊ตเครื่องใหม่ แล้วเลือกไปที่หัวข้อ Safet Mode กู้วันที่ย้อนหลังครั้งล่าสุดที่ไม่ได้ติดตั้งโปรแกรม ก็จะกู้ระบบครั้งล่าสุดให้ทันที ทำให้บู๊ตเข้าวินโดว์ส ได้ตามเดิม

เทคนิคที่ 2 ซ่อมวินโดวส์ ด้วยแผ่นบู๊ต Boot CD Rom
   -สาเหตุ : ปัญหานี้ส่วนใหญ่ สืบเนื่องจากการติดตั้ง Patch file ตัวใหม่ๆ แล้วไม่สามารถรองรับไฟล์ระบบของวินโดวส์หรือก็อปปี๊ไ ฟล์ .dll, .vdx, .inf ผิดเวอร์ชั่น หรือเผลอลบไฟล์ระบบบางตัว ก็เป็นสาเหตุได้ ฉะนั้นหากแก้ด้วยวิธีที 1,2 ไม่หาย ก็ต้องใช้วิธีที่ 3 ซ่อมแซมไฟล์ระบบใหม่ แทนที่จะเสียเวลาติดตั้งใหม่ วิธีนี้ก็จะช่วยย่นเวลาให้น้อยลง
   -วิธีแก้ไข : เตรียมแผ่นบู๊ต CD Windows (แผ่นติดตั้งวินโดวส์) ใส่ใน CD-ROM แล้วบู๊ตเครื่องใหม่ จากนั้นทำตามขั้นตอนต่อไปนี้



1.เมื่อเข้าหน้าจอ Windows to Setup หน้าแรก ให้คุณกด Enter ผ่านขั้นตอนนี้ไป



2.จากนั้นก็จะเข้าหน้าจอ windows XP Lincesing Agreement หน้าที่สอง กดปุ่ม F8 เพื่อยอมรับการติดตั้งใหม่



3.เมื่อเข้าหน้าจอการติดตั้ง Windows XP เลือกไดรฟ์ที่ติดตั้งแล้วกดตัว R เพื่อซ่อมแซ่มไฟล์ที่สูญหายให้กลับคืนมาดังเดิม เมือเสร็จสิ้นการติดตั้งโปรแกรมต่างๆที่ติดตั้งไปก็ยังคงใช้ได้เหมือนเดิมไม่ต้องติดตั้งใหม่ให้เสียเวลา
        สำหรับผู้ที่ใช้ Harddisk แบบ SATA ในตอนบู๊ตแผ่นติดตั้ง Windows ให้กด F6 เพื่อติดตั้งไดรว์เวอร์ SATA ก่อนเข้าขั้นตอนที่ 1 ด้วย ไม่เช่นนั้นวินโดวส์จะมองไม่เห็น Harddisk

วิธีใช้งานโปรแกรมซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ที่มากับ Windows Vista

ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ คืออะไร      
        'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' คือ เครื่องมือการกู้คืนของ Windows ที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาบางอย่าง เช่น แฟ้มระบบที่สูญหายหรือเสียหาย ซึ่งอาจป้องกันไม่ให้ Windows เริ่มอย่างถูกต้องได้ เมื่อคุณเรียกใช้ 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' จะมีการสแกนคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อค้นหาปัญหาแล้วพยายามแก้ไขเพื่อให้คอมพิวเตอร์ของคุณเริ่มอย่างถูกต้อง
        ถ้าคุณประสบปัญหาขณะพยายามเรียกใช้ 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' หรือถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณไม่มี 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ของคุณอาจเปลี่ยนแปลงหรือกำหนดเครื่องมือด้วยตนเอง ตรวจสอบข้อมูลที่มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ของคุณหรือไปที่เว็บไซต์ของผู้ผลิต

สามารถใช้ 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' ได้อย่างไร
        'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' จะอยู่บนเมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ' ซึ่งอยู่บนดิสก์การติดตั้ง Windows นอกจากนั้นอาจมีการติดตั้ง 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' บนฮาร์ดดิสก์ของคุณ ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณมีตัวเลือกการกู้คืนที่ได้ติดตั้งไว้ล่วงหน้า 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' อาจพร้อมท์ให้คุณเลือกในขณะพยายามแก้ไขปัญหา และถ้าจำเป็น อาจมีการเริ่มการทำงานคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่ในขณะทำการซ่อมแซม

หากคุณมีดิสก์การติดตั้ง Windows
ใส่แผ่นดิสก์การติดตั้ง
เริ่มการทำงานคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่คลิกปุ่ม เริ่ม คลิกที่ลูกศรถัดจากปุ่ม ล็อก แล้วคลิก เริ่มใหม่
ถ้าได้รับการพร้อมท์ ให้กดแป้นใดๆ เพื่อเริ่มการทำงานของ Windows จากแผ่นดิสก์การติดตั้ง ถ้าคอมพิวเตอร์ไม่ถูกกำหนดค่าไว้ให้เริ่มทำงานจากซีดีหรือดีวีดี โปรดตรวจสอบข้อมูลที่มาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ของคุณ
เลือกการตั้งค่าภาษาของคุณ แล้วคลิก ถัดไป
คลิก ซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ของคุณ
เลือกระบบปฏิบัติการที่ต้องการซ่อมแซม แล้วคลิก ถัดไป
บนเมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ' ให้คลิก ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ
หากคอมพิวเตอร์ของคุณมีตัวเลือกการกู้คืนที่ติดตั้งอยู่ก่อนแล้ว

1.ให้เอาฟลอปปีดิสก์ ซีดี และดีวีดีทั้งหมดออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วเริ่มการทำงานคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่คลิกปุ่ม เริ่ม คลิกที่ลูกศรถัดจากปุ่ม ล็อก แล้วคลิก เริ่มใหม่
2.เลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้คือ
ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณติดตั้งระบบปฏิบัติการเพียงระบบเดียว ให้กดแป้น F8 ค้างไว้ ในขณะที่เครื่องเริ่มการทำงานใหม่ คุณต้องกด F8 ก่อนที่โลโก้ Windows จะปรากฏขึ้นมา ถ้าโลโก้ Windows ปรากฏขึ้นมา คุณจะต้องลองอีกครั้งโดยรอจนกระทั่งหน้าจอพร้อมท์เข้าสู่ระบบ Windows ปรากฏขึ้น แล้วจึงปิดเครื่องและเริ่มการทำงานของคอมพิวเตอร์ของคุณใหม่
ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีระบบปฏิบัติการมากกว่าหนึ่งระบบ ให้ใช้แป้นลูกศรเพื่อเน้นที่ระบบปฏิบัติการที่คุณต้องการซ่อมแซม แล้วกดแป้น F8 ค้างไว้
 3.  บนหน้าจอ ตัวเลือกการเริ่มระบบขั้นสูง ให้ใช้แป้นลูกศรเพื่อเน้นที่       ซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วกด ENTER
 4.  เลือกรูปแบบแป้นพิมพ์ แล้วคลิก ถัดไป
 5.  เลือกชื่อผู้ใช้และป้อนรหัสผ่าน แล้วคลิก ตกลง
 6.  บนเมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ' ให้คลิก ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ

วิธีใช้งานโปรแกรมซ่อมบำรุงคอมพิวเตอร์ที่มากับ Windows 7
ฉันจะใช้ 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' ได้อย่างไร
        ถ้ามีการตรวจพบปัญหาการเริ่มต้นระบบ 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' จะเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติและจะพยายามแก้ไขปัญหานั้น
        ถ้าปัญหานั้นรุนแรงพอที่จะทำให้ 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' ไม่สามารถเริ่มทำงานได้ด้วยตัวเอง และคุณไม่สามารถเข้าถึงเมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ' บนฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ของคุณได้ คุณสามารถที่จะไปยังเมนูและเริ่ม 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' ได้โดยใช้แผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows หรือดิสก์การซ่อมแซมระบบที่คุณสร้างก่อนหน้านี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ ตัวเลือกการกู้คืนระบบใน Windows 7 มีอะไรบ้าง

ตัวเลือกการกู้คืนระบบใน Windows มีอะไรบ้าง
        เมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ' จะมีเครื่องมือหลายชนิด เช่น 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' ที่สามารถช่วยคุณกู้คืน Windows จากข้อผิดพลาดร้ายแรง ชุดเครื่องมือนี้จะอยู่ในฮาร์ดดิสก์คอมพิวเตอร์ของคุณ และในแผ่นดิสก์การติดตั้ง Windows

หมายเหตุ
        คุณยังสามารถสร้างดิสก์การซ่อมแซมระบบที่มีเมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ' สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ให้ดูที่ การสร้างดิสก์การซ่อมแซมระบบ
        หากคุณใช้แท็บเล็ตพีซีหรือคอมพิวเตอร์อื่นที่มีหน้าจอสัมผัส คุณอาจต้องเชื่อมต่อแป้นพิมพ์หรือเมาส์เพื่อใช้ 'ซ่อมแซมการเริ่มต้นระบบ' และเครื่องมืออื่นๆ ในเมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ'


เมนู 'ตัวเลือกการกู้คืนระบบ'
อ้างอิงที่มา : http://windows.microsoft.com/th-th/windows/support#1TC=windows-8
          http://ccs.wu.ac.th/page/th/view/1412


นักกีฬา E-Sports ไทย กับการคว้าแชมป์ระดับโลก

             เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปเป็นวงกว้างทีเดียวนะครับ สำหรับการเสนอข่าวที่บิดเบือนจากความเป็นจริง ที่มีผลสืบเนื่องทำให้วงการเกมบ้านเราดูย่ำแย่เข้าไปอีกระดับ กับสายตาของคนนอกวงการ ซึ่งก็เป็นเดือดเป็นร้อน คนในวงการที่มีชีวิตหาเลี้ยงชีพได้ด้วยอุตสาหกรรมเกม ก็ต้องออกมาปกป้องอู่ข้าวอู่น้ำ และวิชาชีพอันเป็นที่รักกันแบบหนาตา แต่สุดท้ายแล้วยังไงต่อไปครับ หลังจากนี้ เราจะคอยตามแก้ข่าวกันตลอดไปหรือไม่ ซึ่งหากเป็นผมจะไม่ขอโหมกระแสให้มากเกิน ทำได้พอหอมปากหอมคอ ให้เขารู้ว่าพวกเราเดือดร้อน ให้รับทราบก็พอแล้ว เพราะเชื่อเหลือเกินว่าไม่ว่าเราจะทุกข์ร้อนต่อการนำเสนอข่าวทางด้านลบเพียงใด เขาก็ไม่ลดการนำเสนอข่าวด้านนี้อยู่ดี และเราจะต้องคอยตามเช็ดคราบสกปรกทั้งที่เกิดขึ้นจริง หรือคนอื่นเอามาป้ายกันถึงเมื่อไหร่ หากวงการเรายังมีช่องโหว่ที่ยังไงเขาก็สามารถเอาสีมาป้ายเราได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นเราควรนำเสนออะไรที่มันออกมาในเชิงบวก ทำให้เยอะๆ ให้เขาผ่านๆ ตา อย่างน้อยก็ยังมีข่าวดีๆ จากพวกเราให้เขาได้เห็นบ้าง

เริ่มมาซะตึงเครียดกันเลยทีเดียว กะว่าจะไม่ยุ่งไงครับเรื่องแบบนั้น ขอไปเอาอะไรดีๆ มาบอกเล่าให้ชาวประชาได้รู้กันบ้างดีกว่า เพราะช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงต้นๆ ของเดือนธันวาคม อย่างที่ทราบกันดีว่าช่วงนี้เป็นช่วงของปลายปี ที่มีหลายๆ เกม มักจะมาจบการแข่งขันระดับโลก ระดับประเทศกันในช่วงนี้ เพราะอย่างที่ทราบ มันก็มีการคัดเลือกกันมาตลอดทั้งปี พอได้ทีมตามจำนวนก็จะเริ่มหาสุดยอดฝีมือกัน และแน่นอนว่าเด็กไทยของเราก็เข้าไปมีส่วนร่วม ของการแข่งขัน E-Sports ระดับโลกกันในหลายๆ รายการ

               เริ่มกันด้วยระดับแชมป์ ที่ถือเป็นอีกปี ที่เกมเมอร์ชาวไทยได้เฮกันดังๆ เพราะทางทีม NON Appearance ตัวแทนประเทศไทยเกม Ragnarok Online สามารถคว้าแชมป์โลก รายการ Ragnarok World Championship 2013 (RWC2013) ที่ประเทศญี่ปุ่นได้สำเร็จ นับว่าเป็นการทวงแชมป์คืนจากญี่ปุ่นก็ว่าได้ เพราะเมื่อปีก่อน ทาง FATFATFAT ตัวแทนจากไทยดันไปพ่ายให้กับญี่ปุ่น พลาดแชมป์ไปแบบน่าเสียดาย แต่ในปีนี้แสบเข้าถึงทรวง เพราะนอกจากจะทวงแชมป์คืนแล้ว ยังถือเป็นการคว่ำญี่ปุ่นในบ้าน ในฐานะเจ้าภาพจัดการแข่งขันด้วย

ส่วนอีกรายการเป็นของ MSI Beat it 2013 ที่จัดขึ้นที่ประเทศจีน โดยมีทีมจากทั่วโลกทั้งทางฝั่งอเมริกา ยุโรป รวมถึงเอเชียเข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ทีม NealyGod.MSI แต่ผลที่ออกมาก็คงจะทราบกันว่าทาง NealyGod.MSI ไม่สามารถผ่านรอบคัดเลือกเข้าไปได้ แต่ถึงยังไงงานนี้ก็ทำให้ภูมิใจไม่น้อย เมื่อเห็นธงชาติไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขัน

ส่วนช่วงปลายเดือนค่อมไปเดือนธันวาคม มีเกมเมอร์ไทยเข้าร่วมการแข่งขันรายการระดับโลก 2 รายการใหญ่ World Cyber Games 2013 Grand Final ที่ประเทศจีน และ Dreamhack Winter 2013 ที่ประเทศสวีเดน รายการระดับโลกทั้งนั้น แต่ทำไมเรื่องแบบนี้กลับนิ่งเฉย ไม่มีการนำเสนอให้สังคมภายนอกเขาดูกันบ้าง ห๋าาา


และต่อเนื่องด้วยข่าวดีที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายใหม่ ที่เดินตามความถูกต้อง เมื่อสมาคมไทยอีสปอร์ต ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของ International e-Sports Federation (IeSF) หรือสมาพันธ์อีสปอร์ตนานาชาติ สมาพันธ์ที่มีประเทศสมาชิกจากทั่วโลก 46 ชาติ ถามว่าเราเป็นสมาชิกไปเพื่ออะไร และได้อะไรหลังจากนี้ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะหลังจากที่เราได้รับการยอมรับจากสมาพันธ์อีสปอร์ตนานาชาติ ทำให้วงการ E-Sports บ้านเรา สามารถยื่นไปยังการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อรับรองว่าการแข่งขัน E-Sports หรือแข่งเกมตามประสาชาวบ้าน จะเป็นการแข่งขันกีฬาชนิดหนึ่ง ถือเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาที่ทาง กกท. ยอมรับ ทำให้สามารถส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันในรายการที่ทางสมาพันธ์อีสปอร์ตนานาชาติ รับรองได้ในฐานะของนักกีฬาไทย เท่านี้เกมเมอร์ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นแค่พวกเด็กติดเกม ก็จะมีตัวตนขึ้นมา พ้นจากที่มืดและกลายเป็นนักกีฬาเต็มตัวอีกด้วย

แต่ละข่าวที่นำเสนอ เนื่อเรื่องมันอาจจะไม่เข้มข้น ไม่ชวนให้ติดตาม ไม่สร้างดราม่า แต่ผมก็เชื่อว่า การที่มีคนกลุ่มหนึ่งที่จะพยายามสร้างมัน ยังดีกว่าที่เราจะไม่ทำอะไรเลย แม้ว่าบางครั้งบางที อาจจะไม่มีใครเขาสนใจ แต่หากเราใส่ใจ สนใจกันเอง ผมว่า สักวันหลายๆ ฝ่ายก็จะหันมามองเราบ้าง เรื่องบางเรื่องไม่จำเป็นที่เราจะต้องไปพูดถึงมากมายนัก หากพูดมากจะกลายเป็นว่า “เข้าทาง” “ลงล็อก” ซะเปล่าๆ แทนที่มันจะเงียบ กลับกลายเป็นโหมกระแสให้มันแรง อย่าโลกสวย โดยการเลือกวิธีดราม่า แต่ให้หันมาร่วมกันสร้าง ร่วมกันทำดีกว่าครับ เราทำของเรา ใครจะเอาไปเสนอหรือไม่เสนอช่างเขา เราก็อยู่ได้ แต่หากวันหนึ่งวันใด ที่วงการเราพลาดแล้วมีการเสนอข่าว ตอนนั้นเราจะแก้ตัวกันไม่ออก เพราะฉะนั้น การเสนอแต่สิ่งดีๆ นำเรื่องดีๆ ของวงการให้คนอื่นได้เห็น แบบนี้สิครับทางออกที่ดีทางหนึ่ง ผมคิดงั้นนะ.

โดย แป๊ะยิ้ม_Compgamer 3 ธ.ค. 2556 12:29

วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558


10 อันดับ Thai Beauty 

Blogger ปี 2556






update : 2013-10-04 12:30:00
views : 4690
ที่มา : DIGITAL LIFESTYLE
บล็อกเกอร์ด้านความงามนี้ มีความ้ชี่ยวชาญในหลายๆ เรื่อง ทั้งสอนแต่งหน้าในแบบทำเองได้ มีการรีวิวผลิตภัณฑ์ความงามจากแบรนด์สินค้าต่างๆ และยังเลยไปถึงการดูแลตัวเองและรีวิวสถานเสริมความงามด้วยเช่นกัน
10. Mamo
Mamo หรือ มะโม – วรมา อำไพรัตน์ เน้นการนำเสนอมุมมองที่มีเอกลักษณ์ผ่านสไตล์การแต่งตัวของเธอเอง ที่มาพร้อมกับภาพประกอบลายเส้นเรียบง่ายบวกกับสำนวนภาษาน่ารัก Blogger : www.mamomomomo.com Facebook : www.facebook.com/mamomomomo
9. Vanillawalk
Vanillawalk โดย คุณอุ้ง – กมลนาถ องค์วรรณดี นิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักออกแบบลายผ้า วัย 21 ปี ซึ่งเคยร่วมงานกัลป์แบรนด์ไทยชื่อดังมาแล้วทั้ง senada, Disaya, Something Boudoir หรือ Asava Vanilla Walk เน้นบอกเล่าเรื่องแบบของไดอารี่ ทั้งเรื่องแฟชั่น ศิลปะ และดนตรี รวมถึงแฟชั่นสไตล์มินิมัล Blogger : www.vanillawalk.org Facebook : www.facebook.com/vanillawalkblog
8. Taste of Nowhere
Taste of Nowhere เป็นของคุณนี – ชาลิสา วีรวรรณ กูรูแฟชั่นผู้เป็นอดีตดีไซเนอร์แบรนด์มุงดู (Moong - Doo) และ Personal Stylist ของศูนย์การค้าสยามพารากอน และดิ เอ็มโพเรียม และยังอยู่ในตำแหน่งบรรณาธิการแฟชั่นนิตยสารโว้กประเทศไทย (Vogue Thailand) อีกด้วย Blogger : www.tasteofnowhere.com Facebook : www.facebook.com/TasteofnoWHere
7. P.O Box Style
P.O Box Style หรือคุณพลอย – ชวพร เลาหพงศ์ชนะ เจ้าของแบรนด์ ‘P’s Material ร้านเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่เหล่าดาราเซเลบให้ความไว้วางใจ และยังเป็น Persobnal Shopper ให้กับ Topshop และ Style & Social Editor ให้กับนิตยสาร ELLE ประเทศไทย Blogger : http://poboxstyle.blogspot.com, www.psmaterialthailand.com Facebook : www.facebook.com/pages/PO-BOX-STYLE/122644247760915?fref=ts
6. Feonalita
Feonalita หรือคุณทรายสาวดังจากโต๊ะเครื่องแป้ง Pantip.com Feonalita มีความชำนาญในหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการแต่งหน้า การทำผมในแบบต่างๆ การดูแลผิวพรรณ รวมไปถึงการรีวิวผลิตภัณฑ์ความงามหลายยี่ห้อ Blogger : http://feonalita.bloggang.com Facebook : www.facebook.com/feonalitafanpage
5. Pang Kirari
แป้ง KiRaRi การันตีความสามารถด้วยรางวัล Best Beauty Blog ของ Bloggang Popula Award ครั้งที่ 6 แป้ง KiRaRi เน้นรีวิวเครื่องสำอางสอนแต่งหน้าและทำผมตามเทรนด์เกาหลีญี่ปุ่น Blogger : www.kirarista.com Facebook : www.facebook.com/Kirarista
4. Pupe so sweet
บล็อกเกอร์ที่คำนึงถึงผู้ตาม นำเสนอเจาะลึกที่คุณสมบัติของตัวผลิตภัณฑ์บำรุงผิว รวมถึงการวิเคราะห์ส่วนผสมในตัวผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันได้รับคามไว้วางใจจากหลายแบรนด์สินค้าและได้เป็นส่วนหนึ่งของงานโฆษณาผลิตภัณฑ์ความงามทางทีวี Blogger : http://pupesosweet.bloggang.com Facebook : www.facebook.com/PuPesosweetPage
3. Cinnamongal
เป็นบล็อกเกอร์อาชีพที่คว่ำหวอดในวงการออนไลน์มานาน นำเสนอความชำนาญที่หลากหลาย ตั้งแต่การแต่งหน้า รีวิวเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว และ ทรีตเมนต์จากสถานเสริมความงาม Blogger : http://cinnamongal.bloggang.com Facebook : www.facebook.com/cinnamongaldotcom
2. Momay Paplearn
เป็นที่ถูกใจสาวๆ ออนไลน์หลายคนกับความชำนาญด้านผลิตภัณฑ์ความงามแบรนด์ตะวันตก ทั้งเมกอัพเครื่องสำอางหลากหลายยี่ห้อ และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว Blogger : www.spokedark.tv Facebook : www.facebook.com/MomayPaPlearnTV
1. Pearypie
เมกอัพอาร์ทิสต์จากรันเวย์ระดับอินเตอร์ที่มีดีกรีความเก่งการันตีด้วยประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพ แพรี่พาย เน้นแนะนำเรื่องความสวยความงามการแต่งหน้าแบบฮาวทูในสไตล์ต่างๆ Blogger : www.pearypie.com Facebook : www.facebook.com/pearypiemakeupartist
**หมายเหตุ 
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป
























Edward Snowden : Enemy of the State: ศัตรูหมายเลขหนึ่งของรัฐ
11 มิถุนายน 2013 เวลา 9:26 น.


ข่าวที่นาย Edward Snowden ชาวอเมริกันวัย29 ปี ลูกจ้างชั่วคราวขององค์กรราชการลับอย่าง NSA(NationalSecurity Agency) ที่มีหน้าที่หาข้อมูลจากข่าวสารต่างๆตามหน้าหนังสือพิมพ์เพื่อนำข้อมูลต่างๆเหล่านี้ส่งเก็บไปที่ฐานข้อมูลให้กับองค์กรอย่าง NSA นั้นก็ปรากฏว่าจู่ๆนาย Edward Snowden ไปให้สัมภาษณ์กับหนังสือของอังกฤษ theGuardian ว่าองค์กรอย่าง NSA ได้ทำการดับฟัง(eavesdropping)การพูดจาของคนอเมริกันเป็นจำนวนหลายล้านคนรวมถึงการเข้าไปเจาะข้อมูลแบบจารชน(spy)ทางสื่ออินเตอร์เนทของชาติต่างๆทั่วโลก

นาย Edward บอกหนังสือพิมพ์the Guardian ว่า 'คุณจะนึกไม่ถึงหรอกว่าความสามารถของพวกเขา(NSA)มีมากเพียงใดและเป็นเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวมาก...' และเขายังกล่าวต่อไปว่า'...ผมไม่ต้องการจะอยู่ในโลกที่ทุกอย่างถูกทำการบันทึกหรือถูกจับตามอง...นี่คือสิ่งที่ผมไม่ต้องการเข้าไปสนับสนุนหรือต้องการใช้ชีวิตแบบนี้...'และท้ายสุดนาย Edward ก็ได้กล่าวว่า 'ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะได้กลับบ้านเกิดอีกแล้วแม้ว่าผมต้องการจะกลับบ้าน'

ก็แปลกดีครับ ที่คำให้สัมภาษณ์ของนาย EdwardSnowden กับหนังสือพิมพ์ the Guardian เกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีของจีนนายสี จิ้งผิงเดินทางไปพบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกานายบารัค โอบามาและบทสนทนาที่สำคัญยิ่งระหว่างผู้นำทั้งสองชาตินี้ก็คือเรื่องการจารกรรมข้อมูลระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาว่าเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลให้กับทั้งจีนและสหรัฐอเมริกามาก

แต่การให้สัมภาษณ์ของนาย EdwardSnowden ดูคล้ายจะตอกย้ำว่า ตัวสหรัฐอเมริกาเองซึ่งผ่านทางหน่วยงานรัฐอย่างองค์กร NSA ต่างหากที่คอยไปเจาะเก็บข้อมูลของชาติต่างๆ ซึ่งแน่นอนจีนก็ย่อมเป็นชาติที่ต้องโดนองค์กรอย่าง NSA เข้าเจาะข้อมูล(hacking)อย่างต่อเนื่องเพราะพนักงานของทาง NSA อย่างนาย Edward Snowden ก็ได้ออกมายอมรับว่าNSA มีพฤติกรรมดังกล่าวจริง แม้ว่าเขาไม่ได้พูดเฉพาะเจาะจงว่า NSAเล่นงานเจาะข้อมูลของจีนเพียงชาติเดียว

และที่น่าแปลกใจอีกอย่าง คือนาย Edwardให้สัมภาษณ์เรื่องดังกล่าวในขณะที่เขาพักอยู่ที่ฮ่องกง(เขาได้เดินทางออกจากโรงแรมที่ฮ่องกงไปแล้วตอนนี้ไม่รู้อยู่ไหน)ซึ่งเป็นเขตภายใต้การปกครองของจีนดังนั้นทางรัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะขอให้ทางจีนส่งตัวเขากลับไปยังสหรัฐอเมริกาทันทีนั้นจีนก็อาจย่อมมีการสงวนท่าทีบ้างแม้ว่าตอนที่ฮ่องกงอยู่ภายใต้การปกครองของสหราชอาณาจักรนั้นทางสหราชอาณาจักรสามารถที่จะส่งคนที่ทางรัฐบาลชาติอื่นขอตัวนำกลับประเทศที่ทำเรื่องเรียกร้องมาซึ่งสามารถทำได้

แต่ที่น่าสนใจอีกอย่าง คือนาย EdwardSnowden ถ้าดูแล้ว เขาก็ไม่ได้เป็นสายลับให้กับชาติใดไม่เหมือนอย่างในยุคสงครามเย็น ที่ทางสหรัฐอเมริกาและทางสหภาพโซเวียดต่างมีสายลับล้วงข้อมูลระหว่างกัน ถ้าถูกจับได้ว่ามีการทำงานให้กับชาติศัตรูก็จะถูกดำเนินคดี ในอดีตถึงกับทำโทษถึงขั้นประหารชีวิต

สิ่งที่นาย Edward Snowden ให้สัมภาษณ์ต่อหนังสือพิมพ์the Guardian คือองค์กรอย่าง NSA ได้เข้าไปล้วงลูกเจาะข้อมูลของชาติต่างๆผ่านทางอินเตอร์เนทและทำการล้วงลูกเจาะข้อมูลของคนอเมริกันที่มีจำนวนเป็นล้านคือเล่นงานคนชาติเดียวกันอีกด้วย

นายบารัค โอบามาได้พูดกับสื่อว่า สิ่งที่นาย Edward Snowden ออกมาให้สัมภาษณ์นั้นไม่เป็นความจริงเลย รัฐบาลอเมริกันมีหน้าที่ปกป้องความปลอดภัยต่อพลเมืองอเมริกันเท่านั้น

ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าคำว่าปกป้องพลเมืองอเมริกันนั้น ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ใช้ rated อะไรในการวัดเช่น rated G, rated PG, rated R, rated X, rated XXX เพราะสิ่งที่นายEdward พูดว่าทาง NSA เข้ามาล้วงเจาะข้อมูลคนอเมริกันและคนทั้งโลกเป็นความจริงตามที่เขาให้สัมภาษณ์และนายโอบามาก็ไม่ได้ปฎิเสธแบบได้ใจคนอเมริกันทั้งหมดเพียงแต่บอกว่ารัฐบาอเมริกันต้องการปกป้องความปลอดภัยของคนอเมริกัน

ตอนนี้ทางสื่อก็ได้มีการขุดคุ้ยประวัติของนายEdward Snowden อย่างเต็มที่ ดูเขาเรียนหนังสือไม่จบชั้นมัธยมปลายแต่มีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ดีมาก และได้ถูกว่าจ้างเป็นเงินค่อนข้างแพงให้ทำงานแบบลูกจ้างชั่วคราวให้กับองค์กรอย่าง NSA ซึ่งก็แปลกดีที่ทางNSA ว่าจ้างพนักงานชั่วคราวอย่างนาย Edward มาทำงานให้กับทาง  NSA

'สหรัฐอเมริกา ใช้อำนาจอย่างไม่ชอบธรรมและความล้ำเลิศทางเทคโนโลยีในการเจาะหาติดตามข้อมูลของผู้อื่นอย่างน่าสะพรึงกลัวมาก'นาย Edward กล่าว

ตอนนี้นาย Edward Snowden คงต้องคอยหลบหนีการติดตามไล่ล่าของรัฐบาลสหรัฐฯมหาอำนาจเบอร์หนึ่งของโลก ก็ไม่รู้ว่าเขาจะไปจบหรือลงเอยที่ไหน

'If you live another day. I will be very impressed'

ประโยคดังกล่าวมาจากภาพยนตร์เรื่อง theEnemy of the State(1998) ที่ทางหน่วยงานรัฐทาง NSA พูดกับพวกที่กำลังถูกทางรัฐบาลไล่ล่าอยู่เพราะถูกมองว่าเป็นศัตรูของรัฐบาล

ครับคุณ Edward Snowden 'If youlive another day. I will be very impressed'

วันนี้ผมจะขอปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่เล่น facebook ไม่ส่งอีเมล์ แล้วก็จะไม่ chat กับใครเพื่อทำใจให้กับตัวเองครับ